ร้านเซเว่นสั่งให้คนที่โพสต์คลิปหยุดทำงาน 7 วัน 

Posted on 24 พฤษภาคม 202024 พฤษภาคม 2020Categories ข่าวเด็ดTags ,

ทุกคนงงคนโพสต์คลิปอุ้มหมาเข้าร้านเซเว่นสั่งให้คนที่โพสต์คลิปหยุดทำงาน 7 วัน 

จากข่าวที่ได้มีการโพสต์กันอย่างดังมากซึ่งติดกับที่มีมนุษย์ป้าคนหนึ่งใส่เสื้อสีเหลืองกางเกงยีนส์สีฟ้าเดินเข้ามาในเซเว่นอีเลฟเว่นพร้อมกับถือหมาพันธุ์พุดเดิ้ลเข้ามาด้วยซึ่งหลังจากนั้นทางพนักงานเซเว่นคนหนึ่งได้ทำการให้มนุษย์ป้าคนนี้นำมาออกไปซึ่งมนุษย์ป้านั้นก็ไม่ยอมฟังแล้วยังเถียงกลับไปอีกว่าเธอนั้นทำเช่นนี้มาตลอด 10 ปีไ

ม่เคยมีใครที่ว่าเธอเลยไม่ว่าเธอจะไปที่ไหนดังนั้นเธอจึงมั่นใจว่าเธอไม่ได้ผิดและถ้าหญิงสาวแล้วก็คือพนักงานยังมาทำอย่างนี้อีกเธอจะทำให้นานกว่าที่ถูกไล่ออกหลังจากนั้นได้ทำการแอบถ่ายคลิปและถูกนำมาโพสต์อย่างที่ได้กล่าวไปว่าตอนนี้ Facebook ของมนุษย์ป้าคนนี้ได้ทำการปิดลงแล้วคนที่โพสคลิปนั้นเป็นคนที่บอกว่าจริงๆแล้วเขาเป็นลูกค้าประจำของสาขานั้น

ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุนั้นเกิดขึ้นในเวลาเย็น ที่จังหวัดสระแก้วซึ่งตอนนั้นเขาบอกว่า เขานั้นได้เดินเข้าไปในร้านเพื่อซื้อของซึ้งหลังจากนั้นก็มีป้าคนที่อุ้มาเดินเข้าหมาในร้านพร้อมกับหมาพันธุ์พุดเดิ้ลที่อยู่ในมือเดือนและจะรักไปจนพนักงานใครคนนั้นถึงกับร้องไห้แล้วพรุ่งนี้หายไปจากนั้นก็โดนด่าฉันร้องไห้จนถึงปัจจุบันมีพนักงานแคชเชียร์ยังไม่สามารถที่จะติดต่อได้เลย

ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของเธอเองไม่ว่าจะเป็นตำรวจเพื่อนร่วมงานกับเจ้านายก็ยังไม่สามารถที่จะติดต่อไม่ได้ก็เห็นว่าไม่เหมาะแก่การที่จะทำ แบบนี้ซึ่งจะพบที่เป็นสักพักนึงเจ้านายที่ทำงานของคนที่พบได้บอกให้ชายหนุ่มที่พบคิดลบคลิปที่อยู่ใน Facebook ออกให้หมดนะว่าจะคิดอะไรก็ตามหลังจากนั้นให้ไปลบคอมเม้นของตัวเองออกให้หมดลบเว็บไซต์ที่ทำและให้เด็กทำงาน 7 วันรอให้เรื่องราวเรื่องเกี่ยวกับสีขาวพี่ปุ้มหมาคนนี้เงียบหายซ่าไปก่อนแล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่อีกครั้ง

หลายคนรู้เรื่องนี้ต่างก็พากันงงและโมโหเป็นอย่างมากที่เจ้านายของชายหนุ่มที่โพสต์เรื่องราวทำแบบนี้เนื่องจากชายหนุ่มคนนี้เพียงแค่โพสต์เรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้นที่เซเว่นอีเลฟเว่นเท่านั้นเขาไม่ได้ทำให้ใครเสียแถมยังเดินหน้าของมนุษย์ป้าคนนั้นเราด้วยนอกจากนั้นป้าคนนั้นก็เป็นคนที่นิสัยไม่ดีอีกดังนั้นสมควรแล้วที่เขาจะถูกนำมาประจานใน Facebook และ Social ชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้ทำอะไรผิดเพราะอะไรเขาถึงจำเป็นที่จะต้องหยุดพักงานไปมากถึง 7 วัน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 ฝาก ขั้น ต่ํา

ผลของการเปิดบัญชีให้กับคนอื่นสุดท้ายถูกจับกุมข้อหา

Posted on 28 เมษายน 202028 เมษายน 2020Categories ข่าวเด่นวันนี้Tags

ผลของการเปิดบัญชีให้กับคนอื่นสุดท้ายถูกจับกุมข้อหา ฉ้อโกงทั้งที่ไม่ได้ทำ

           เป็นเรื่องเล่าที่นำมาเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายคนที่มันเห็นแก่เงินเพียงน้อยนิดแล้วรับเปิดบัญชีให้กับบุคคลอื่นที่เราอาจจะรู้จักหรือไม่รู้จักก็แล้วแต่ซึ่งก่อนหน้านี้พบว่ามีคนหลงเชื่อถูกหลอกให้เปิดบัญชีให้เป็นจำนวนมากซึ่งบัญชีเหล่านั้นที่คนร้ายให้เปิดให้นั้นส่วนใหญ่มักจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย

โดยมากจะเป็นบัญชีเพื่อทำการโอนเงินเข้าออกโดยเงินเหล่านั้นมักจะเป็นเงินที่ผิดกฎหมายเช่นเดินมาจากแหล่งการพนันหรือแม้แต่เงินที่เป็นการฉ้อโกงคนอื่นเขามาและเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้และตามสืบสวนสอบสวนก็จะพบว่าคนที่เคยเป็นเจ้าของบัญชีนั้นส่วนใหญ่มักจะเป็นตาสีตาสาหรือคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่รู้เรื่องอะไรแต่เห็นแก่เงินเพียงน้อยนิดแค่ 500 บาท

ก็รับเปิดบัญชีให้ซึ่งทำให้ถูกจับกุมแทนคนร้ายและหนึ่งในนั้นอุทาหรณ์ซึ่งกำลังเป็นเรื่องฟ้องร้องขึ้นศาลกันอยู่ในขณะนี้ก็คือนายคุณเทืองเป็นชาวจังหวัดชลบุรีโดยนายขุนเรืองได้ร้องทุกข์กับนักข่าวเพื่อให้ทำการช่วยเหลือเนื่องจากว่าตนเองรู้จักกับเพื่อนคนหนึ่งชื่อว่านายสาโรจน์ซึ่งนายสาโรจน์ได้มาร้องขอให้ไปช่วยเปิดบัญชีธนาคารให้เพราะว่าต้องการที่จะให้ลูกสาวโอนเงินมาให้ตนเอง

โดยนายขุนเทียนแจ้งว่านายสาโรจน์ให้เงินค่าเปิดบัญชี 500 บาทซึ่งตนเองคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเราก็รู้จักกันหลังจากนั้นไม่นานก็มีเงินโอนเข้ามา 10,000 บาทเข้าบัญชีของตนที่เปิดให้กับนายสาโรจน์

ซึ่งนายสาโรจน์ก็ให้ตนไปกดเงินที่ธนาคารหลังจากนั้นนายสาโรจน์ก็เอาเงินไปแล้วก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเลยจนเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับกุมในขุนเทืองข้อหาร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่นซึ่งตนเองนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลยโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมองว่าการที่ตนเองเปิดบัญชีธนาคารให้กับนายสาโรจน์

และเป็นคนไปกดเงินด้วยตนเองก็เท่ากับว่านายขุนเทืองมีส่วนรู้เห็นกับการฉ้อโกงในครั้งนี้จึงทำให้ผู้เสียหายฟ้องร้องนายขุนเทืองซึ่งในขณะนี้ได้มีการดำเนินคดีความกันจนนายขุนเทืองต้องนำมรดกซึ่งเป็นที่ดินที่แม่ให้เอาไปจำนำเพื่อนำเงินมาต่อสู้ในชั้นศาลซึ่งขณะนี้มีการต่อสู้กันผ่านพ้นไปแล้วตั้งแต่ 3 ชั้นต้นกำลังยื่นเรื่องต่อสู้กันในชั้นศาลอุทธรณ์ซึ่งผลสรุปว่ายังไงซะ

ในขุนเรืองก็ต้องนำเงินมาชดใช้ให้กับผู้เสียหายเป็นจำนวนเงินถึง 1 แสนบาทโดยจะต้องเอาไปจ่ายให้กับผู้เสียหายภายในวันที่ 29 เดือนเมษายนนี้ทำให้นายขุนเทืองสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะว่าต้องนำมรดกที่มีอยู่ชิ้นสุดท้ายออกมาขายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ดังกล่าวทั้งนี้นายคนเดียวยังฝากข้อคิดให้กับคนทั่วไปว่าอย่าเห็นแก่เงินน้อยนิดเท่านั้นเพราะเงิน 500 บาทที่เราได้รับมาอาจจะนำความเดือดร้อนมาให้เราอย่างแสนสาหัสอย่างเช่นที่นายประเทืองกำลังประสบเหตุอยู่ในขณะนี้

สามีกับเมียหลวงลวงเมียน้อยไปตบ

Posted on 21 เมษายน 202021 เมษายน 2020Categories ข่าวเด็ดTags ,

       วันนี้มีอีกคนนึงถูกสามีกับเมียหลวงลวงไปทำร้ายเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรีซึ่งผู้เสียหายนั้นชื่อว่าคุณพิรวรรณ ดูเธอบอกเล่าเรื่องราวให้กับนักข่าวฟังว่าตัวเองนั้นอยู่กินฉันสามีภรรยาอยู่กินกันแบบ 3 คน

ซึ่งตัวเท่านั้นเป็นเมียน้อยแต่เมียหลวงก็รับทราบมาโดยตลอดและดีกับเธอเสมอต้นเสมอปลายซึ่งเมียหลวงมักจะนำของมาให้หากอยากกินอะไรรวมถึงมักจะขับรถมารับมาส่งสามีมาที่บ้านเธอเป็นประจำพวกเธออยู่กันอย่างมีความสุขไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกันเลย

แต่ปัญหาในครั้งนี้ก็คือสามีของเธอกับเมียหลวงนั้นไม่มีลูกกันส่วนเธอกับสามีนั้นมีลูกกัน 1 คนอายุประมาณ 10 เดือนครึ่งวันที่เกิดเหตุนั้นเป็นวันที่ 15 เดือนเมษายนปีพศ. 2563 ซึ่งสามีของเธอได้พูดจายุให้เธอออกไปนอกบ้านหลังจากนั้นสามีก็พาภรรยาหลวงและลูกเลี้ยงอีก 2 คนมารับตัวรูปเธอออกไปซึ่งในขณะนั้นลูกของเธออยู่กับพี่เลี้ยงเมื่อสามีมารับตัวลูกเธอไปแล้วพี่เลี้ยงก็ได้โทรมาบอกเธอว่าสามีมาเอาลูกไป

ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็โทรไปต่อว่าสามีและเกิดเหตุการณ์ทะเลาะกันขึ้น สาเหตุในการที่สามีมาแอบลักพาตัวลูกไปนั้นเป็นเพราะว่าสามีต้องการที่จะเอาลูกไปเลี้ยงไว้เองแต่หลังจากนั้นเมื่อตอนได้มีการแต่ว่าสามีไปสามีก็ได้นัดออกมาเจอกันซึ่งพอทนเองมาถึงที่นัดหมายก็พบว่าสามีนำคนมาจำนวน 6-8 คนมารอและรุมทำร้ายตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ซึ่งเธอได้ถ่ายรูปและโพสต์ลง Facebook เล่าถึงสาเหตุที่เธอโดนทำร้ายให้คนในโซเชียลด้วยโดยเธอมีพี่เลี้ยงเด็กนั่งมาเป็นเพื่อนและสามารถเป็นพยานยืนยันได้ว่าเธอถูกสามีและคนที่สามีพามารุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บซึ่งเธอบอกว่าระหว่างที่เธอถูกรุมตีอยู่นั้นสามีของเธอก็ได้ตะโกนให้คนที่ทำร้ายเธอนั้นทำร้ายเธอให้ถึงตายไปเลย

ไม่อย่างนั้นเขาจะทำร้ายเธอถึงตายเองสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับเธอเป็นอย่างมากแต่โชคดีที่ระหว่างที่เธอถูกทำร้ายนั้นมีพลเมืองดีผ่านมาเห็นจึงได้เข้าช่วยเหลือและพาเธอไปแจ้งความที่สถานีตำรวจซึ่งหลังจากนั้น 2 วันจะมีของเธอก็ได้นำลูกมาคืนให้กับเธอและเหตุการณ์ในครั้งนี้เธอยืนยันว่าเธอจะไม่กลับไปคืนดีกับสามีอีกแล้วแล้วเธอ

ก็ไม่เข้าใจว่าสามีของเธอและเมียหลวงทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร แต่อย่างไรก็ตามเธอยืนยันว่าเธอจะมีการดำเนินคดีกับทั้งสามีและคนที่มาทำร้ายเธอให้ถึงที่สุดโดยเธอได้มีการนำเรื่องนี้ไปปรึกษาทนายความแล้วและจะให้ทนายความเป็นผู้ดำเนินการแทนทุกอย่าง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb88 ล็อกอิน

โซเชี่ยว ด่าผู้กองเบนซ์

Posted on 18 เมษายน 202018 เมษายน 2020Categories ข่าวเด่นวันนี้Tags

โซเชี่ยว ด่าผู้กองเบนซ์ ไลฟ์ด่าคนอยู่บ้านช่วงโควิด-19 ไม่ยอมทำงาน

          ไลฟ์โค้ชชื่อดัง อัดคลิปลง Facebook สอนคนที่อยู่บ้านไม่ได้ไปไหนและไม่ได้ทำอะไรในช่วงมีปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ว่าให้หัดทำมาหากินมองหางานที่สามารถทำได้ในช่วงนี้  โดยให้มองวิกฤตเป็นโอกาสมีงานอีกหลายอย่างที่คนที่อยู่บ้านสามารถทำได้ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งอาหาร

การรับจ้างซักเสื้อผ้า การออกไปทำงานนอกบ้านอย่างเช่นพวก Grab Food หรือ Grab Bike รวมถึงการรับตัดผมตามบ้านต่างๆการขายอาหารออนไลน์ อีกครั้งไลฟ์โค้ชชื่อดังยังได้มีการต่อว่าคนที่อยู่บ้านแล้วไม่ออกไปหางานทำว่าเป็นคนไม่มีความคิดขี้เกียจซึ่งเมื่อคลิปวีดีโอของทางไลฟ์โค้ชคนนี้มีการอัพขึ้น Facebook มีผู้คนเป็นจำนวนมากที่เข้ามาฟังแล้วก็มีกระแสแตกออกเป็น 2 ฝั่ง

ซึ่งฝั่งโน้นก็เห็นด้วยเพิ่งถึงยังขอบคุณที่มีการแนะนำข้อมูลดีๆให้อีกฝั่งนึงกลับมองว่าสิ่งที่ไลฟ์โค้ชชื่อดังได้กระทำอยู่นี้เป็นการซ้ำเติมคนที่ไม่มีงานทำ โดยอีกฝั่งนึงมองว่าต้นทุนแต่ละคนไม่เหมือนกันบางคนมีทรัพย์สินส่วนตัวอยู่บ้างเช่น รถหรือเงินทุนที่พอจะลงทุนทำอะไรได้ 

แต่ก็ยังมีอีกหลายคนเช่นเดียวกันที่ตอนนี้ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อข้าวกินไม่มีต้นทุนที่จะไปลงทุนทำอะไรดังนั้นการที่ไลฟ์โค้ชคนดังกล่าวออกมาบอกให้คนทำมาหากินและยังต่อว่าคนที่อยู่บ้านเฉยๆว่าไม่ยอมทำอะไรเอาแต่โวยวายตีโพยตีพาย

ถือว่าเป็นการซ้ำเติมชาวบ้านที่เขาไม่มีกินอยู่แล้วให้เจ็บช้ำน้ำใจมากขึ้นกว่าเดิม โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้กองเบนซ์ซึ่งถือว่าเป็นไลฟ์โค้ช ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากใน Facebook ได้ออกมาไลค์

แนะนำเกี่ยวกับเรื่องของการทำมาหากินในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าโดยตามความคิดของทางผู้กองเบนซ์เองก็น่าจะเป็นการอยากจะปลุกตั้งขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านให้ลุกขึ้นสู้และมองหาช่องทางที่จะทำมาหากินไม่ให้งอมืองอเท้าแต่ในขณะเดียวกันตัวผู้กองเองก็อาจจะไม่รู้ว่าคนแต่ละคนมีพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน

บางคนอาจจะมีเงินเก็บติดตัวพอที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองใหม่ในช่วงนี้ได้แต่ในขณะเดียวกันบางคนก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลยเพราะส่วนใหญ่ก็จะเป็นกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำดังนั้นเมื่อมีการแชร์คลิปที่ผู้กองเบนซ์มีการไลท์ออกไปทำให้ในโลกโซเชียลต่างก็ออกมาแสดงความคิดเห็นของตนเองแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย

แต่โดยส่วนใหญ่แล้วคนจะมองว่าผู้กองเบนซ์ไม่ได้ดูในโลกของความเป็นจริงว่าชาวบ้านตอนนี้กำลังได้รับความเดือดร้อนมากแค่ไหนการที่จะให้คนเอาไปขับเป็นไลน์แมนหรือไปเป็น grabbike หรือ Grab Food นั้น

มันค่อนข้างที่จะยากจากคนก็ทำอาชีพนี้กันเยอะอยู่แล้วหากมีแต่ไปแย่งกันลูกค้าก็จะมีน้อยลงและบางคนเขาก็ไม่มีต้นทุนที่เป็นพวกรถมอเตอร์ไซค์พอที่จะไปสมัครงานเป็นพนักงาน Grab Food ได้

สาวอ.บ.ตถูกสังหารโหดเฮียม

Posted on 6 เมษายน 20204 เมษายน 2020Categories ประเด็นข่าวTags ,

ในวันที่14มีนาคม พ.ศ.2560 เวลาไกล้ค่ำทางด้านตำรวจ ส.ภ.คลองห้าจังหวัดปทุมธานีได้รับแจ้งเหตุว่ามีหญิงสาวได้ถูกยิงจนเสียชีวิตอยู่ภายในรถเก๋งตรวจสอบตรงที่เกิดเหตุได้พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าแอคคอร์ดสีดำได้จอดเสียหลักอยู่ริมถนนทางด้านของเบาะคนขับได้พบผู้เสียชีวิตได้เป็นหญิงจำนวนหนึ่งคน

สภาพศพนั้นได้นอนหงาย สวมเสื้อสีดำ ใส่กางเกงขายาวสีน้ำตาล และ มีบอดแผลได้ถูกยิงที่ลำตัวสองนัด จากนั้นก็ได้ทราบชื่อของผู้ที่เสียชีวิต คือ นางสาววีรญาภา งามวิลัย อายุประมาณ36ปี ได้เป็นหัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผน นักบริหารส่วนตำบลบึงชำอ้อ  ในขณะที่เกิดเหตุได้มีพยายานเห็นผู้ชายคนหนึ่งได้นั่งอยู่ภายในรถข้างๆของผู้ที่เสียชีวิต

และในช่วงที่รถวิ่งผ่านไปอย่างช้าๆก็ได้ยิงเสียงปืนดังขึ้นจำนวนสองนัดจากนั้นรถก็ถไหลลงข้างทางสักพักก็มีคนเห็นผู้ชายได้เปิดประตูและลงมาจากรถได้หลบหนีไป คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญได้เกิดขึ้นอีกแล้วตำรวจทั้งจาก ส.ภ. คลองห้าตำรวจภูธรภาค1และตำรวจกองปราบปรามได้เข้าร่วมสืบสวนคดีนี้อย่างเร่งด่วน

และไม่นานก็ได้พบปมบางอย่างเจ้าหน้าที่ พ.ถ. ได้เข้าตรวจสอบภายในรถเก๋งฮอนด้าแอคคอร์ดสีดำคันที่เกิดเหตุจากนั้นก็ได้พบทะเบียนสมรสเปลือนเลือดทะเบียนสมรสใบนี้ได้ตกอยู่ที่เบาะหลังของรถเก๋งและในเอกสารได้มีชื่อของผู้ตายคือ นางสาววีรญาภา งามวิลัย ได้จดทะเบียนสมรสกับ นายไพโรจน์ ปิติพันธรัตน์

ซึ่งได้เป็นนักธุรกิจชื่อดังแห่งเมืองระยองและที่หน้าสนใจคือในวันที่จดทะเบียนคือวันที่13มีนาคม 2560 แสดงว่าทั้งสองคนนั้นเพื่อจะได้จดทะเบียนสมรสกันได้แค่เพียง1วัน เจา้สาวป้ายแดงถูกยิงตายอย่างโหดเฮียมถึงตอนนี้ตำรวจก็ได้เริ่มมองเห็นเหตุจูงใจในการสังหารโหดสาว อ.บ.ต. แล้วอีกทั้งผู้ตายเองก็ยังได้โพสเฟสบุ๊คก่อนที่เธอนั้นจะเสียชีวิตความในใจของผู้ตายที่นอกจะอยากทำบุญยังมีข้อความที่ได้โพสไปก่อนหน้านี้

บ่งบอกถึงความไม่พอใจใครบางคน นางสาววีรญาภา งามวิลัย ยังได้โพสข้อความอีกว่า ทวงจนคนทวงรู้สึดอายเกลียดมากพวกคนที่ไม่รักษาคำพูดอยากรู้ว่าเงินแค่นี้จะทำให้พวกมึงเจริญขึ้นมั้ยคำพูดของคนไม่มีสัจจะก็เปรียบเหมือนเสียงหมาเห่าที่เห่าไปวันๆ ปมสังหารหญิงสาวตอนนี้จึงอาจไมใช่มีแค่ปมเดียวอีกทั้งยังสงสัยว่าทำไมจะต้องมาสังหารฆ่าที่จุดตรงนี้ด้วยและปมก็ยังมีอีกหลายปมต้องรอการตรวจสอบอีกครั้ง

 

สนับสนุนโดย  entaplay

ชายคลั่งกระทืบพลทหารดับคาห้องขัง

Posted on 1 เมษายน 20201 เมษายน 2020Categories ข่าวที่น่าสนใจTags ,

ชายคลั่งกระทืบพลทหารดับคาห้องขังญาติเศร้าเตรียมตัวมารับศพ

 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. น้ำพองจังหวัดขอนแก่น คำถามของญาติของผู้เสียชีวิตรวมถึงตอบคำถามของประชาชนที่ได้ทราบข่าวนี้และต้องการอยากรู้ความจริงเป็นจำนวนมากว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในห้องขัง ของ สภ. น้ำพอง  ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดนายนิวัฒน์อายุประมาณ 30 ปีได้ไปก่อเหตุใช้มีดไปฟันเด็กผู้ชายอายุ 14 ปี ที่เขานอนเล่นอยู่บนเปลจนเขาบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเด็กชายอายุ 14 ปีนี้กำลังนอนเล่นมือถืออยู่แล้วนายวิวัฒน์ก็เดินเข้าไปหาพร้อมกับถามหาน้าชายของเด็ก เด็กก็ตอบแล้วนะชายของตัวเองไม่อยู่หลังจากนั้นนายนิวัฒน์ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงนี่ขึ้นมาจะฟันเด็กจนเด็กต้องวิ่งหนี

และใช้แขนป้องจนเป็นสาเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่นายนิวัฒน์ทำร้ายเด็กเรียบร้อยแล้วก็ได้วิ่งหนีไปหลังจากนั้นก็ไปขโมยรถจักรยานยนต์ของคนที่อยู่บริเวณนั้นขับออกไป และเมื่อทางพ่อของเด็กไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก็สามารถจับกุมตัวได้ในที่สุดโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปฝากขังไว้ในห้องขัง ของ สภ.น้ำพอง ที่จังหวัดขอนแก่นบังเอิญว่าในขนาดนั้น

มีพลทหารคนหนึ่งที่ถูกจับมาคุมขังเอาไว้ซึ่งสาเหตุของความผิดของพลทหารที่ถูกนำมาคุมขังเนื่องจากว่าญาติได้มาขอร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวพลทหารคนดังกล่าวมาสงบสติอารมณ์ในห้องขังเพราะได้ไปก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับญาติจึงอยากให้พลทหารไม่มีเวลาไตร่ตรองคิดจึงนำมาฝากไว้ที่ห้องขังขอ  งสภ. น้ำพอง  

ซึ่งพลทหารคนนี้มีอายุแค่เพียง 22 ปีเท่านั้นเองแล้วนายวิวัฒน์คนที่ก็ถูกนำมาขังในห้องขังเดียวกับพลทหารคนดังกล่าว และเมื่อนายนิวัฒน์เข้ามาอยู่ในห้องขังเดี่ยวกับคนทหารก็ไปทำร้ายร่างกายพลทหารจนถึงแก่ความตายคาห้องขัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่านายวิวัฒน์ได้มีการเตะพลทหารวัย 22 ปีจนสลบหลังจากนั้นก็มีการซื้อซ้ำอีกหลายครั้งแล้วก็ลากร่างของทหารคนดังกล่าวไปทิ้งไว้ในห้องส้วมภายในห้องขัง ซึ่งต่อมาพลทหารคนดังกล่าวเสียชีวิต ซึ่งทางญาติของพลทหารคนดังกล่าวไม่ออกมาบอกว่าไม่สามารถยอมรับและไม่สามารถทำใจได้กับการสูญเสียในครั้งนี้

ซึ่งญาติญาตินำร่างของผู้เสียชีวิตมาประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นโดยมีพ่อกับแม่ของนายนิวัฒน์ผู้ก่อเหตุร่วมขอโทษขอขมาศพ และเอาเงินมาร่วมทำบุญด้วย และในขณะเดียวกันพ่อของพลทหารผู้เสียชีวิตก็ได้มีการแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันดังกล่าวว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่จนมีผลทำให้ลูกชายของเขาเสียชีวิต 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนันออนไลน์

รับแจ้งเหตุว่ามีกันฆ่ากันตาย

Posted on 23 กุมภาพันธ์ 202022 กุมภาพันธ์ 2020Categories ข่าวเด่นวันนี้Tags

น้อยใจหญิงหม้ายไม่ยอมมีเซ็กส์ด้วยหนุ่มป่วยเบาหวานกระหน่ำยิงจนเสียชีวิต

   มีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นที่บ้านหลังหนึ่งพบผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุ 52 ปีก่อเหตุยิงสาวม่ายตายคาปีโดยให้เหตุผลที่ทำไปเพราะว่าหึงหวงเนื่องจากตนเองเป็นแฟนกับหญิงหม้ายคนดังกล่าวแต่เธอกับคิดตีตัวออกห่างจะหนีไปแต่งงานกับชายคนอื่นเพียงเพราะว่าเขาไม่สามารถมีเซ็กส์กับเธอได้เนื่องจากป่วยเป็นโรคเบาหวาน        

ที่จังหวัดบุรีรัมย์เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีกันฆ่ากันตายเกิดขึ้นที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบผู้ก่อเหตุชื่อนายคงกำลังยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธปืนแก๊บหนึ่งกระบอกที่อยู่ในมือ

โดยผู้ก่อเหตุได้บอกกับเจ้าที่ตำรวจว่าตนเองเป็นคนยิงนางสาวตรี จนเสียชีวิตเองเนื่องจากว่าต้นและนางสาวตรีได้แอบคบเป็นแฟนกันแต่ว่านางสาวตรีกับเริ่มคิดติดตัวออกห่างซึ่งตนได้ข่าวว่านางสาวตรีกำลังจะไปแต่งงานกับชายคนอื่นทำให้ตนรู้สึกไม่พอใจจนมาก่อเหตุยิงนางสาวตรีที่กำลังนอนหลับอยู่ในเปลภายในบ้านพักจนถึงแก่ความตาย    

จากรายงานข่าวแจ้งเข้ามาว่าในกลุ่มมีอาชีพรับจ้างทั่วไปและมักจะเดินทางมาพูดคุยกับนางสาวตรีอยู่ตลอดเป็นระยะเวลาหลายปีมาแล้วตั้งแต่สามีของนางสาวตรีเสียชีวิตไปซึ่งชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็รู้กันดีแต่ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคนแอบคบหากันส่วนใหญ่มองว่านายคมมาแอบลงรักนางสาวตรีและนางสาวตรีเห็นแค่ไหนคงเป็นเพื่อนเท่านั้น

ไม่ได้คิดว่าทั้งสองคนจะแอบคบหากันโดยนายคมได้ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตลอดระยะเวลาที่คบกันมาสี่ห้าปีตนเองดูแลนางสาวตรีมาตลอดทั้งช่วยทำงานและหาเงินมาให้ใช้ซึ่งต่อมาในช่วงหลังหลังนายคมสังเกตุเห็นว่านางสาวตรีมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปโดยมักจะแอพนี้ไปคุยโทรศัพท์คนเดียว

ซึ่งภายหลังตนได้ยินชาวบ้านคุยกันว่านางสาวตรีกำลังคบหากับผู้ชายต่างหมู่บ้านและยังมีการลือกันอีกว่าฝ่ายชายกำลังจะมาสู่ขอนางสาวตรีแต่งงานซึ่งเมื่อตนได้ไปสอบถามกับนางสาวตรีเธอก็ยอมรับว่าเธอจะแต่งงานใหม่ทำให้ตนรู้สึกเสียใจมาก โดยนายคม ได้กล่าวว่าที่นางสาวตรีจะไปแต่งงานใหม่นั้นเพราะตนไม่สามารถมีเซ็กส์กับนางสาวตรีได้เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของตัวนายคมเองและเมื่อรักมากก็แค้นมากนายคมจึงตัดสินใจนำปืนมายิงนางสาวตรีจนเสียชีวิตและรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งนายคงบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าปืนที่นำมาหญิงนั้นไม่รู้ว่าเป็นของใครเพราะเห็นวางอยู่ใกล้กับยุ้งข้าวก็เลยหยิบมา