นายพันธ์ยศประธานพรรคภราดรภาพออกมาชี้แจง

Posted on 29 มีนาคม 202026 มีนาคม 2020Categories ข่าวที่น่าสนใจTags

นายพันธ์ยศประธานพรรคภราดรภาพออกมาชี้แจงเรื่องหน้ากากอนามัยบอกว่านายบอยพูดจาโอเวอร์

      จากกรณีที่มี Pages ดังเพจหนึ่งได้ออกมาแชร์เกี่ยวกับเรื่องของหน้ากากอนามัยที่กำลังขาดแคลนอยู่ในขณะนี้ โดยได้ออกมาบอกว่ามีคนกักตุนหน้ากากอนามัยไว้เพื่อนำสินค้าออกไปขายยังประเทศจีนและยังมีการเปิดเผยหลักฐานทั้งคลิปและรูปภาพรวมถึงข้อความที่บ่งบอกว่ามีการกระตุ้นหน้ากากอนามัยจริงและสถานที่ที่ทำการกระตุ้นอากาศอนามัยนั้นเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นอาคารเดียวกับที่มีการตั้งพรรคภราดรภาพซึ่งมีนาย พันธ์ยศเป็นประธานของพรรค ซึ่งในพันธ์ยศ ได้มาออกรายการโหนกระแสเพื่อชี้แจงข้อมูลดังกล่าวว่าสำหรับรูปภาพที่มีการโพสต์อยู่นั้นเป็นรูปภาพที่เคยเกิดขึ้นจริง

แต่เป็นภาพเมื่อนานมาแล้วตั้งแต่เดือนมกราคมก่อนที่จะมีการประกาศพอเราบอต่อการควบคุมหน้ากากอนามัยซึ่งตอนนั้นในพันธ์ยศรับเป็นในหน้าหาหน้ากากอนามัยมาขายแต่ จำนวนหน้ากากอนามัยไม่ได้มากเท่ากับที่ไหนบอยมีการอัดคลิปไว้แน่นอนซึ่งในตอนนั้นที่มีการกระตุ้นหน้ากากอนามัยเอาไว้ส่งขายให้กับประเทศจีนเพราะว่าต้องการสร้างรายได้ให้เข้ามากับประเทศและไม่ได้มีการขายแพงแต่อย่างใดโดยกำไรจากการขายหน้ากากอนามัยในพันยศบอกว่าคิดแค่เพียงกำไรชิ้นละ 50 สตางค์เท่านั้นไม่ได้กำไรมากมาย

อย่างที่นายบอยได้มีการพูดเอาไว้ที่สำคัญสินค้าดังกล่าวได้มีการจำหน่ายออกไปหมดแล้วก่อนที่จะมีการประกาศใช้กฎหมายหน้ากากอนามัยและตอนนี้ตนเองก็มีหน้ากากอนามัยไว้ครอบครองไม่ถึง 10,000 ชิ้น  ส่วนในคลิปที่มีการเห็นว่ามีกล่องหน้ากากอนามัยจำนวนมากนำมาเก็บไว้ที่อาคารพรรคภราดรภาพนั้นนั้นเป็นการนำของมาจัดใหม่เพื่อทำการส่งให้ประเทศจีนในช่วงเดือนมกราถึงกุมภาซึ่งหลังจากมีการส่งออกไปเรียบร้อยแล้วก็ไม่มีสินค้าที่จะส่งอีกแล้วเนื่องจากสินค้าในประเทศไทยขาดแคนยืนยันได้ว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้กระตุ้นหน้ากากอนามัยเอาไว้เพื่อหวังเก็งกำไรแน่นอน

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ในพันธ์ยศยังได้กล่าวขอโทษกับประชาชนคนไทยทุกคนซึ่งระหว่างที่อยู่ในรายการโหนกระแสทั้งทนายรณรงค์และอาจารย์อ๊อดต่างก็ออกมาต่อว่านายพันธ์ยศกันมากมายว่าถ้าหากไม่กลับฝนหน้ากากอนามัยนำไปขายให้กับประเทศจีนทั้งโรงพยาบาลและประชาชนคนไทยทุกคนก็จะไม่ขาดแคลนหน้ากากอนามัยเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้และเมื่อมีการสอบถามว่าหน้ากากอนามัย 200ล้าน ชิ้นที่นายบอยประกาศไว้นั้นอยู่ที่ไหนแต่ในพันธ์ยศยืนยันว่าตนเองไม่รู้ว่าหน้ากากอนามัยเรานั้นอยู่ไหนและยืนยันว่าตนเองไม่เกี่ยวกับหน้ากากอนามัยที่หายไปทั้งสิ้น

เมียเศร้าผัวเสียชีวิตโทรไปทวงเงินแค่เพียง 1,000 บาท

Posted on 22 มีนาคม 202022 มีนาคม 2020Categories ข่าวที่น่าสนใจTags

เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดลำพูน ผู้เสียชีวิตชื่อว่าคุณสิรากร อายุ 25 ปี เจอตัวถูกอาวุธมีดและกรรไกรตัดหญ้าแทงจนเสียชีวิต โดยตอนที่กู้ภัยเดินทางไปตรวจสอบ ศพของนายศิวกรพบว่าถูกแทงตรงบริเวณด้านราวนมซ้ายจำนวน 1 แผล ด้วยอาวุธมีดทำครัวและขณะเดียวกัน ศพของนายศิวกรก็มีกรรไกรตัดหญ้าวางอยู่ด้วย

ซึ่งเมื่อนักข่าวได้ไปสอบถามกับคนที่เห็นเหตุการณ์ ว่าเกิดอะไรขึ้น สถานที่เกิดเหตุเป็นเพียงห้องเช่าเท่านั้น และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงคนร้ายที่ก่อเหตุแทงคุณศิวกรเสียชีวิตก็ยืนรอมอบตัวอยู่ตรงที่ห้องเช่าและตรงจุดเกิดเหตุนั่นเองไม่ได้หนีไปไหน โดยผู้ก่อเหตุชื่อว่านายณัฐอายุ 43 ปีด้วยเขาสารภาพว่าเขาเป็นคนแทงในศิวกรเอง ซึ่งเขาให้เหตุผลว่าคุณศิวกรเป็นคนบุกรุกเข้ามาหาเขาก่อน ในวันที่นายศิวกรเดินทางมานายศิวกรนำกรรไกรตัดหญ้ามาด้ว

ยเมื่อมาถึงก็นำกันไปตะกร้ามาทุบที่กระจกหน้าต่างซึ่งตอนนั้นเองในนัดกำลังนั่งอยู่กับแฟนสาวในห้องพัก ซึ่งปัญหาเกิดจากที่แฟนสาวของนายนัทได้ไปติดเงินนายศิวกรจำนวน 1,000 บาท นายศิรากรก็เลยเดินทางมาทวงเงินนางสาวอังคณาแฟนสาวของคนก่อเหตุ ซึ่งตอนที่นายศิวกรเดินทางมาหานางสาวอังคณานั้นได้ถือกรรไกรตัดหญ้ามาด้วย และนายศิวกรยังเดินทางมาทวงหนี้นางสาวอังคณาในช่วงเวลาตอนกลางคืนลักษณะท่าทางเหมือนจะมาคุกคามนางสาวอังคณาแฟนสาวของคนร้าย ทำให้นางสาวอังคณากลัวจึงไม่ออกมาแต่ในนั้นเป็นคนออกมาแทน จึงได้มีปากเสียงกันเกิดขึ้นเนื่องจากว่านายนัทไม่พอใจที่นายศิวกรเดินทางมาทวงหนี้ตอนกลางคืนแถมยังพกอาวุธมาด้วย

หลังจากนั้นก็เกิดการต่อสู้กันซึ่งในนัดได้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้มีดแทงในศิวกรแต่เนื่องจากว่าเกิดการแย่งกันขึ้นทำให้มือไปโดนมีดแล้วแทงไปโดนนายศิวกรจนถึงแก่ความตาย ซึ่งในนัดยังได้กล่าวได้ว่าตอนที่แทงเข้าไป 1 แผลนั้นในศิวกรยังไม่ตายยังสามารถเดินไปได้อีกหน่อยนึงก่อนที่จะล้มลง

ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุมนายนัดไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งในนัดก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือแทงจริงแต่ไม่ได้เจตนาแต่เพราะนายศิวกรตั้งใจจะมาทำร้ายแฟนสาวเพราะนำอาวุธมาด้วยตนจึงต้องทำการป้องกันตัวและยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุเพื่อเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อมากนักเพราะว่าเงินแค่ 1,000 บาททางนายศิวกรไม่จำเป็นต้องมาทวงอย่างเร่งด่วนในช่วงเวลากลางคืนแผนการทวงเงินก็ยังใช้อารมณ์รุนแรงซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมองว่าสาเหตุน่าจะมาจากการหึงหวงกันมากกว่าแต่ทั้งนี้ต้องรอการสืบสวนเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง 

เม้าท์แรงสนามบินสุวรรณภูมิไม่มีที่คัดกรองเชื้อไวรัสโคโรน่า

Posted on 21 มีนาคม 202021 มีนาคม 2020Categories ข่าวที่น่าสนใจTags ,

ตอนนี้ข่าวที่แรงที่สุดในโลกโซเชียลของเราก็คือข่าวที่มีการระบุว่าที่สนามบินสุวรรณภูมิไม่มีจุดคัดกรองเชื้อไวรัสโคโรน่าอย่างที่รัฐมนตรีหรือรัฐบาลได้ออกมาประกาศไว้ว่ามีระบบคัดกรองที่ดีที่สุดอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อคัดกลุ่มคนที่คาดว่าน่าจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วแยกตัวเพื่อนำไปส่งโรงพยาบาล

โดยคราวนี้เริ่มมาจากที่มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศได้เข้ามาทำการโหลดข้อมูลลง Facebook ว่าตนเองเดินทางกลับมาจากประเทศที่เป็นกลุ่มเสี่ยงครั้งแรกที่เข้ามาถึงประเทศไทยคิดว่าอาจจะต้องเสียเวลาในการถูกตรวจคัดกรองหรือตรวจค้นเป็นระยะเวลานานแต่เมื่อมาถึงจริงๆกับไม่พบว่ามีการคัดกรองใดๆทั้งสิ้นเธอสามารถลงจากเครื่องบินและไปรับกระเป๋าและเดินทางออกนอกสนามบินได้เลยซึ่งข้อความเหล่านี้ได้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเขียนสนับสนุนความคิดของเธอไว้ด้วยเนื่องจากว่าพวกเขาเองก็เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกัน

โดยเมื่อมาถึงที่ประเทศไทยไม่มีจุดตรวจเอกสารใดๆทั้งสิ้นมีให้กรอกข้อมูลแค่ว่าเดินทางมาจากไหนมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงหรือไม่เท่านั้นเองซึ่งข้อมูลตรงนี้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคิดว่าหากใครจะกรอกข้อมูลแบบไหนก็ย่อมทำได้อยู่แล้วทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการมาตรวจพาสปอร์ตหรือมาตรวจอุณหภูมิร่างกายใดๆ

กับนักท่องเที่ยวทั้งสิ้นโดยเครื่องบินลำที่เขาเดินทางมามีนักท่องเที่ยวนั่งมา 300 กว่าคนซึ่งทุกคนไม่มีใครได้รับการตรวจเชื้อหาไวรัสโคโรน่าเลยสักคนเดียวซึ่งนั่นทำให้เห็นว่าการทำงานเกี่ยวกับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าของประเทศไทยไม่ได้มีการดำเนินการใดๆเหมือนที่เคยมีการกล่าวอ้างเลย

หลังจากที่มีข้อความนี้หลุดออกมาโลกโซเชียลก็พากันวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากถึงการทำงานของสนามบินสุวรรณภูมิแต่ก็มีทางเจ้าหน้าที่ของสนามบินได้ออกมาบอกถึงวิธีการคัดกรองของที่สนามบินว่าจะใช้เป็นการตั้งอินฟราเรดไว้ที่ประตูทางเข้าซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวไม่ทราบว่าตนเองได้รับการตรวจหาเชื้อเรียบร้อยแล้วรวมถึง

ทางสนามบินสุวรรณภูมิได้มีการติดตั้งกล้อง CCTV ซึ่งกล้องนี้สามารถที่จะทำการตรวจภูมิร่างกายของมนุษย์ได้หากใครที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงจะมีเจ้าหน้าที่เดินออกไปเพื่อนำตัวแยกออกมาหาซื้ออีกครั้งหนึ่งแต่ถ้าเกิดว่าใครที่อุณหภูมิร่างกายปกติก็จะผ่านออกไปยังด้านนอกสนามบินได้เลยโดยที่ทางนักท่องเที่ยวเองก็จะไม่ทราบว่าทางสนามบินมีการตรวจเรียบร้อยแล้วซึ่งตรงนี้เป็นการเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินงานของทางเจ้าหน้าที่สนามบินและไม่เป็นการเสียเวลาของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยด้วย 

 

 

สนับสนุนโดย  rb88

หนุ่มโพสต์แฉตำรวจจับเมียไปเรียกค่าไถ

Posted on 12 มีนาคม 202012 มีนาคม 2020Categories ข่าวที่น่าสนใจTags

หนุ่มโพสต์แฉตำรวจจับเมียไปเรียกค่าไถเรียกเงินจำนวนสามแสน บาท

      กรณีที่มีชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารชื่อดังตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ได้มีข้อความโพสต์เตือนลงใน Facebook เพื่อเป็นการระบายความคับแค้นใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับภรรยาของตนเองที่ชื่อว่านางพิมพ์กับบุตรชายที่มีอายุเพียงแค่หนึ่งขวบเศษเท่านั้นโดยชายหนุ่มคนดังกล่าวสมมติชื่อว่านายพลได้มีการเล่าให้กับผู้สื่อข่าวรวมทั้งโพสต์ระบายลงใน Facebook ของตนเองว่าเมื่อวันที่สามเดือนกุมภาพันธ์ปีพ.ศ. 2563 ภรรยาของตนคือนางพิมพ์ได้ขับช ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับภรรยาของตนเองที่ชื่อว่านางพิมพ์กับบุตรชายที่มีอายุเพียงแค่หนึ่งขวบเศษเท่านั้น

โดยชายหนุ่มคนดังกล่าวสมมติชื่อว่านายพลได้มีการเล่าให้กับผู้สื่อข่าวรวมทั้งโพสต์ระบายลงใน Facebook ของตนเองว่าเมื่อวันที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ปีพ.ศ. 2563 ภรรยาของตนคือนางพิมพ์ได้เดินทางไปงานแต่งงานญาติซึ่งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่เช่นเดียวกันแต่คนละอำเภอโดยขากลับพัทยาได้อาศัยนั่งรถชาวบ้านที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันกลับมาบ้าน แต่ระหว่างทางได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหลายนายตั้งด่านตรวจซึ่งรถคันที่ภรรยาของตนคือนั่งพิมพ์นั่งมานั้นตำรวจเรียกตรวจสอบฉี่กันทุกคนแต่ไม่มีใครมีฉี่สีม่วงหรือไม่มีใครที่มีสารเสพย์ติดไว้ในครอบครองแต่นางพิมพ์ถูกตั้งข้อหาไม่พกบัตรต่างด้าวตำรวจจึงได้ตัวน้องพิมพ์และลูกไปพูดคุยตกลงกัน

เพื่อขอเงินจำนวน 500,000 บาท โดยบอกว่าหากบำเพ็ญจ่ายเงินจำนวนนี้มาจะไม่มีการเอาเรื่องซึ่งในขณะนั้นนางพิมพ์มีเงินติดตัวอยู่แค่เพียง 80,000 บาทเท่านั้นด้วยความกลัวจึงได้กดเงินจากเอทีเอ็มส่งให้ตำรวจแต่ตำรวจบอกว่าถ้าจ่ายไม่ครบจะไม่ปล่อยตัวจึงไปโอนเงินที่ธนาคารให้อีก 60,000 บาท

และมีผู้หญิงคนหนึ่งแจ้งว่าเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเสนอออกเงินให้ก่อนเป็นจำนวนเงิน 160,000 บาท เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เงินครบแล้วจึงปล่อยตัวนางพิมพ์กลับบ้านและเมื่อมาถึงบ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวก็โทรมาทวงเงินในพลจึงได้โอนเงินไปให้หลังจากนั้นจึงได้นำหลักฐานทั้งหมดไปทำการร้องเรียนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาคห้าซึ่งหลังจากที่มีการร้องเรียนแล้วมีตัวแทนหลายคนได้ติดต่อเข้ามาหาในพลเพื่อเจรจาขอคืนเงินและให้ในพลยกเลิกการแจ้งความแต่ในพลเย็นๆว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ซึ่งในขณะที่นักข่าวได้ลงไปทำข่าวกำลังพูดคุยกับนายพลก็มีคนโทรเข้ามาขอเจรจาคืนเงินเช่นกันซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับเรื่องร้องเรียนรับปากว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายซึ่งนายพลมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอตอนที่ถูกรีดไถเงินด้วย                      

 

 

สนับสนุนโดย  dewabet

วิกฤติ กันทั้งประเทศ

Posted on 8 มีนาคม 20208 มีนาคม 2020Categories ข่าวที่น่าสนใจTags

วิกฤติ กันทั้งประเทศ ขนาดโรงพยาบาลศิริราช ยังมีหน้ากากอนามัยไม่พอใช้ ตอนนี้เหลือที่พอใช้ได้แค่เพียง 3 อาทิตย์เท่านั้น

           ปัจจุบันนี้หน้ากากอนามัยคือสิ่งที่จำเป็นที่ทุกคนในประเทศต้องการใช้เป็นอย่างมาก แต่กลับขาดแคลนไม่สามารถหาซื้อหน้ากากอนามัยใช้ได้ ซึ่งทางโรงพยาบาลหลายแห่งได้ออกมายอมรับกันแล้วว่า ที่โรงพยาบาล ทั้งแพทย์และพยาบาลต้องการต้องใช้หน้ากากอนามัยกันอย่างประหยัด วันหนึ่งจะใช้ได้เพียงแค่แผ่นเดียวเท่านั้น

ซึ่งบางโรงพยาบาลต้องเอาของเก่าที่ใช้เมื่อวานกลับมาใช้ใหม่กันแล้วเพราะไม่สามารถที่จะหาซื้อหน้ากากอนามัยได้เลย โดยล่าสุดทางโรงพยาบาลศิริราชเองก็เช่นเดียวกัน กำลังประสบกับปัญหาหน้ากากอนามัยไม่พอใช้ ซึ่งปัจจุบันคุณหมอและพยาบาลต้องใช้หน้ากากอนามัยกันคนและแค่ หนึ่งแผ่นเท่านั้น

และยังให้ใส่ได้เฉพาะคนที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับคนไข้เท่านั้นด้วย หากใครทำงานที่ไม่ได้เจอกับคนไข้ก็จะไม่สามารถใช้หน้ากากอนามัยได้ ซึ้งเป็นอันตรายต่อบุคลากรทีทำงานที่โรงพยาบาลเป็นอย่างมาก เพราะคนเหล่านี้ล้วนอยู่ในพื้นที่ของโรงพยาบาลซึ่งปกติคนก็เยอะและเชื้อโรคก็เยอะอยู่แล้ว ยังต้องมาเสี่ยงอันตรายเพราะหน้ากากอนามัยคลาดแคลนแบบนี้อีก

ทางโรงพยาบาลศิริราช ออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้ทางโรงพยาบาลมีหน้ากากอนามัยที่ใช้งานได้เหลือไม่เกิน 3 อาทิตย์เท่านั้นซึ่งตอนนี้ ยังต้องให้ทั้งหมอและพยาบาลช่วยกันประหยัดในการใช้หน้ากากอนามัยกันไปก่อนเพราะยังไม่สามารถหาซื้อหน้ากากอนามัยได้เลย 

            สำหรับการขาดแคลนหน้ากากอนามัยนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ เพราะที่ประเทศไทยมีโรงงานที่ผลิตหน้ากากอนามัยขาย สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ แต่ทำไมประเทศไทยถึงยังขาดแคลนหน้ากากอนามัยกันอีก เป็นเรื่องทีน่าคิดว่าจะมีการสั่งกักตุนหน้ากากอนามัยจากคนใหญ่คนโตที่ไหนหรือไม่ เพราะมีข่าวหลายกระแสมากที่ถูกระบุออกมาว่ามีการผลิตหน้ากากอนามัยจากทางโรงงานทุกวัน แต่หน้ากากอนามัยไม่สามารถนำออกมาจำหน่ายได้

เพราะมีคนมายืนเฝ้าที่หน้าโรงงานที่ผลิตหน้ากากอนามัยทุกที่ไม่ให้ขนของออกนอกโรงงาน  ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเป็นเรื่องจริงซะด้วย เพราะไม่เช่นนั้นแล้วหน้ากากอนามัยจะหายไปไหนได้ เพราะประเทศไทยมีโรงงานที่ผลิตหน้ากากอนามัยขายหลายแห่ง หากมีการผลิตก็ต้องมีขายแล้วแต่ตอนนี้ร้านค้าที่ไหนก็ไม่มีขาย โดยอ้างว่าขาดแคลนหน้ากากอนามัย

แต่ในช่วงนี้ทางรัฐบาลกลับมีหน้ากากอนามัยมาแจกให้กับประชาชนคนละนิดละหน่อย ซึ่งอยากรู้ว่ารัฐบาลไปหาหน้ากากอนามัยจากที่ไหนมาแจกให้กับประชาชน ทั้งที่ทั่วทั้งประเทศหาซื้อหน้ากากอนามัยไม่ได้กันอยู่แบบนี้ เรื่องนี้คงต้องรอดูกันไปนานนานว่าความจริงคืออะไร

 

สนับสนุนโดย  nowbet

หนุ่มไม่พอใจเข้าไปร้านนวดแล้วพนักงานไม่ยอมนวดน้องชายให้ 

Posted on 22 กุมภาพันธ์ 2020Categories ข่าวที่น่าสนใจTags

       เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการแจ้งความจากเจ้าของร้านนวดแผนโบราณ

ให้ดำเนินคดีกับชายคนหนึ่งที่ชื่อว่านายป๋อง ซึ่งชายหนุ่มคนนี้ได้เดินทางไปที่ร้านนวดแผนโบราณ เพื่อให้พนักงานนวดให้ซึ่งนอกจากนวดตามร่างกายแล้ว นายป๋องยังต้องการให้นวดกระปู๋ของตัวเองด้วย แต่พนักงานร้านไม่ยอมทำให้ 

        ข่าวนี้เกิดจากทางร้านออกมาแชร์ลูกค้ารายหนึ่งที่ไปที่ร้านเพื่อนวดคลายเมื่อยแต่กลับแจ้งให้พนักงานช่วยนวดกระปู๋ให้ซึ่งพนักงานร้านไม่ยอมทำให้เพราะร้านเปิดมาเพื่อนวดจับเส้นสำหรับคนที่ปวดเมื่อยเนื้อตัวเท่านั้นไม่ได้เปิดร้านอย่างอื่น ซึ่งทางร้านได้มีการนำคลิปวีดิโอไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ

โดยภายในคลิปจะเห็นชายที่เข้าไปใช้บริการกำลังทะเลาะกับพนักงานนวดสาว ซึ่งชายคนดังกล่าวไม่พอใจกับการบริการของพนักงานที่ไม่ยอมนวดกระปู๋ให้เขา ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ อำเภอเสม็ด  ซึ่งทางร้านได้ออกมาบอกว่าที่ร้านเปิดกิจการนวดแผนโบราณ ซึ่งลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการจะสามารถใส่กางเกงในหรือจะถอดกางเกงในให้นวดก็ได้

แต่ทางร้านก็จะมีกฎว่าจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวตรงกระปู๋ของลูกค้าเด็ดขาด ซึ่งในวันเกิดเหตุนายป๋องได้เข้ามาใช้บริการและถอดกางเกงใน ซึ่งพนักงานก็นวดตามร่างกายให้ปกติ แต่พอนวดมาใกล้กับกระปู๋ของนายป๋อง นายป๋องกลับบอกให้พนักงานนวดกระปู๋ให้หน่อย โดยบอกให้พนักงานช่วยสำเร็จความใคร่ให้หน่อยแต่พนักงานปฏิเสธ

ไม่ยอมทำให้ ทำให้นายป๋องไม่พอใจ และได้บอกกับพนักงานว่างั้นไม่นวดแล้ว หลังจากนั้นนายป๋องก็ลงไปข้างล่างแล้วต่อว่าเจ้าของร้าน และได้พูดจาข่มขู่กับพนักงานว่าตนเองมีพี่ชายเป็นนายตำรวจยศใหญ่ในจังหวัดชลบุรี เดี๋ยวจะให้ตำรวจมาปิดร้านนี้เลยและในขณะเดียวกันนายป๋องก็มีการนำปืนออกมาข่มขู่พนักงานของร้านด้วย

ทำให้พนักงานเกิดความเกรงกลัว จึงได้นำคลิปจากกล้องวงจรปิดภายในร้านมาเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ เพราะทุกคนภายในร้านนวดเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการรับแจ้งความเอาไว้แล้วและจะมีการดำเนินการเชิญตัวนายป๋อง มาพูดคุยและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการนวดน้ำมันนั้นกับการนวดกระปุ๋นั้นมันคนละอย่างกัน

ซึ่งหากนายป๋องยากให้นวดกระปู๋ควรไปร้านอื่นที่ไม่ใช่ร้านนี้ เพราะร้านนี้จะมีการติดป้ายเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าไม่มีบริการค้าประเวณี ส่วนถ้านายป๋องอยากใช้บริการนวดกระปู๋ก็มีร้านอื่นที่เปิดให้บริการ ซึ่งนายป๋องสามารถไปใช้บริการที่ร้านเหล่านั้นได้