พบแรงงานชาวพม่าที่เดินทางจากไทยกลับพม่าติดเชื้อโควิด 23 คน

Posted on 23 มิถุนายน 202023 มิถุนายน 2020Categories ข่าวเด่นวันนี้Tags ,

พบแรงงานชาวพม่าที่เดินทางจากไทยกลับพม่าติดเชื้อโควิด 23 คน เจ้าที่พม่ากักตัวไว้เรียบร้อยแล้ว

         ยังคงมีปัญหากันอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องของโรคระบาดไวรัสโควิด-19   ซึ่งตอนนี้ถึงแม้ประเทศไทยนั้นจะมีการควบคุมการระบาดได้มากยิ่งขึ้นและพบการระบาดน้อยลงแต่อย่างไรก็ตามก็ยังต้องมีการเฝ้าระวังสำหรับคนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศโดยเกรงว่าบุคคลเหล่านั้นจะนำเชื้อไวรัสจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย ตรงบริเวณพรมแดนไทย-พม่าซึ่งเป็นจุดคัดกรองการข้ามพรมแดนระหว่างคนไทยไปประเทศพม่าและคนพม่ากลับมาประเทศไทยนั้น

ในวันนี้พบว่ามีแรงงานชาวไทยที่เดินทางจากประเทศพม่ากลับมาประเทศไทยนั้นหลายคนแต่ไม่พบว่าใครนั้นมีอาการไข้ขึ้นสูงหรือมีเชื้อไวรัสโควิด-19เลยแม้แต่คนเดียวในขณะเดียวกันที่มีแรงงานพม่าที่มีความต้องการที่จะเดินทางออกจากประเทศไทยกลับไปยังประเทศพม่าพบว่าเมื่อถึงด่านกักตัวบริเวณพรมแดนเมียวดีทางเจ้าหน้าที่ของพม่านั้นได้พบว่ามีผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวนทั้งสิ้น 23 คน

เจ้าหน้าที่จึงได้มีการกักตัวเอาไว้ที่บริเวณพรมแดนเพื่อทำการตรวจรักษาโดยจะให้อยู่ที่พรมแดนเมียวดีนั้นประมาณ 21 วัน  สำหรับเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซีเรียสระหว่างการข้ามเขตพรมแดนระหว่างประเทศเพราะการที่ประเทศไทยนั้นจะสามารถหยุดการระบาดของไวรัสโคโรนาได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่ามีคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศนำเชื้อไวรัสเข้ามาหรือไม่เพราะสถานการณ์ในประเทศไทยนั้นเราสามารถหยุดการแพร่ระบาดได้แล้วอย่างไรก็ตามในขณะนี้พบว่ายังมีคนบางกลุ่มที่เป็นแรงงานชาวต่างด้าวที่เดินทางออกนอกประเทศนั้น

ยังคงมีการติดเชื้อไวรัสโคโรนาอยู่และแน่นอนว่าตรงบริเวณพรมแดนของประเทศไทยกับประเทศพม่านั้นทางเจ้าหน้าที่จะต้องมีการตรวจอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดให้ผู้ที่มีติดเชื้อไวรัสนั้นเข้ามาในประเทศได้เพราะจะต้องมีการกักตัวเอาไว้และรักษาอาการป่วยให้หายดีเสียก่อนถึงจะสามารถปล่อยตัวให้กับประเทศของแต่ละประเทศได้สำหรับเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลมาตรการเกี่ยวกับเรื่องของสาธารณสุขก็เกิดความวิตกกังวลเช่นเดียวกันว่าประเทศไทยนั้นถ้าตามเรื่องของการเดินทางตรงบริเวณพรมแดนแล้ว

ไม่เกิดปัญหาอย่างแน่นอนเพราะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลแต่จะมีแถวเขตชายแดนซึ่งอาจจะมีแรงงานต่างด้าวนั้นลักลอบเข้ามาแบบผิดกฎหมายซึ่งถ้าหากเป็นแบบนั้นหากมีแรงงานคนไหนมีเชื้อไวรัสโคโรน่าก็จะสามารถนำมาติดคนไทยได้เช่นเดียวกันจึงจำเป็นที่จะต้องให้ช่วยกันเฝ้าระวังเกี่ยวกับเรื่องของแรงงานต่างด้าวที่จะหนีเข้ามาประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายเพราะจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าหากพวกเขาเข้ามาแล้วได้มีการนำเชื้อโรคมาแพร่ให้กับคนไทยหรือไม่

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน สมัครฟรี

ชาวโซเชียล แห่ชื่นชมคุณหมอ

Posted on 21 มิถุนายน 202021 มิถุนายน 2020Categories ข่าวที่น่าสนใจTags ,

ชาวโซเชียล แห่ชื่นชมคุณหมอ ยอมลำบากไปรับไตที่มีคนบริจาคด้วยตนเองถึงแม้จะต้องนั่งรถนานถึง 10 ชั่วโมง 

          เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจคนได้อ่านแล้วต่างก็อยากจะแชร์ให้คนอื่นได้ทราบซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องราวของคุณหมอท่านหนึ่งที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครได้มีการโพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางของตนเองในช่วงเวลาสิบชั่วโมงที่จะต้องนั่งรถตู้จากกรุงเทพฯเดินทางไปที่จังหวัดสุรินทร์และยังต้องรีบนั่งรถตู้จากจังหวัดสุรินทร์กลับมาที่กรุงเทพฯอีก

ครั้งหนึ่งเพื่อนำ ไต ที่มีคนบริจาคเอาไปให้กับผู้ป่วยที่อยู่ในกรุงเทพฯที่กรอการปลูกถ่ายไตนั่นเอง สำหรับเรื่องเล่าในครั้งนี้คุณหมอได้พูดถึงประสบการณ์เกี่ยวกับการนั่งรถไปรับบริจาคไตคุณหมอบอกว่าปกติแล้วการบริจาคไตนั้นจะต้องมีการทำผ่านสภากาชาดไทยซึ่งหากมีใครบริจาคก็จะมีการจัดสรรปันส่วนให้กับผู้รับบริจาค

แต่ถ้าหากคนที่รับบริจาคนั้นยังไม่สะดวกที่จะเปลี่ยนไปก็จะมีการเลื่อนออกไปและนำไตที่เตรียมที่จะบริจาคนั้นให้กับคนอื่นซึ่งแน่นอนว่าคิวการขอรับบริจาคไตในประเทศไทยนั้นมีเป็นจำนวนมากและจำนวนไตที่มีการบริจาคไว้ก็ไม่ได้เพียงพอกับผู้รับบริจาคแต่อย่างใดและที่สำคัญการที่เราจะเอาไตจากอีกคนหนึ่งออกมาจากอีกคนหนึ่งนั้น

จะต้องมีความชำนาญเป็นอย่างมากและให้ไตนั้นขาดเลือดให้น้อยที่สุดดังนั้นทุกครั้งที่มีคนบริจาคไตคุณหมอส่วนใหญ่จึงมักจะต้องเดินทางไปรับไต ที่บริจาคด้วยตนเองเพื่อป้องกันปัญหาไตบอบช้ำและตายได้รับความเสียหายระหว่างการเดินทางโดยครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันมีผู้ป่วยที่อยู่ในกรุงเทพฯกำลังรอรับการบริจาคไตอยู่และมีผู้ป่วยที่เสียชีวิต

และต้องการบริจาคไตให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนดังนั้นคุณหมอซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจึงต้องเดินทางจากกรุงเทพฯไปที่โรงพยาบาลในจังหวัดสุรินทร์ หลังจากนั้นก็มีการผ่าศพเอาไตที่ยังใช้งานได้ออกมาและนำขึ้นรถตู้เดินทางกลับมาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯเพื่อมาผ่าตัดนำไตที่บริจาคให้กับผู้ป่วยอีกคนหนึ่ง

ที่กำลังรอรับการบริจาคอยู่ แน่นอนว่าในการเดินทางครั้งนี้การเดินทางของคุณหมอนั้นประสบความสำเร็จอย่างด้วยดีถึงแม้ว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางนานถึง 10 ชั่วโมงแต่เมื่อได้รับไตมาแล้วก็สามารถนำไปผ่าตัดช่วยเหลือผู้ป่วยได้อีก 1 คนซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคุณหมอเป็นอย่างมากและเรื่องราวนี้ก็ได้มีการแชร์ต่อๆกันมาก็หลายคนที่ได้อ่านเรื่องราวนี้ต่างก็รู้สึกซาบซึ้งในความดีที่คุณหมอท่านนี้เสียสละให้กับผู้ป่วย

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน แนะนํา

ชาวโซเชียลแห่ชื่นชมผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองตาดน้อย

Posted on 20 มิถุนายน 202020 มิถุนายน 2020Categories ข่าวทั่วไปTags ,

ชาวโซเชียลแห่ชื่นชมผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองตาดน้อยใช้ชีวิตติดดินช่วยภารโรงกวาดใบไม้

          เมื่อไม่นานมานี้ได้มี Facebook ของบุคคลที่ใช้ชื่อว่ามะลิวัลย์ได้มีการโพสต์ภาพเกี่ยวกับโรงเรียนบ้านหนองตาดน้อยโดยในภาพนั้นจะมีเด็กนักเรียน 2 คนและมีผู้ใหญ่ 1 คนกำลังช่วยกันกวาดพื้นบริเวณโรงเรียนและมีการเขียนข้อความชื่นชมชายที่เป็นผู้ใหญ่ว่าบุคคลที่กวาดใบไม้กับพื้นอยู่กับเด็กนักเรียนชายทั้งสองคนนั้นเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อว่านายอุทัย  ไร่ขาม

โดยระบุว่าผู้อำนวยการโรงเรียนคนนี้เป็นบุคคลดีเด่นตัวอย่างที่ผู้อำนวยการโรงเรียนของโรงเรียนอื่นๆนั้นควรจะเอาแบบอย่างเนื่องจากว่านายอุทัยนี้เป็นถึงระดับผู้อำนวยการของโรงเรียนแต่เขานั้นใช้ชีวิตติดดินเป็นอย่างมากเพราะเขานั้นมักจะช่วยเหลือทุกๆคนที่อยู่ภายในโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นการกวาดใบไม้กวาดพื้นถนน

หรือแม้แต่ถ้ามีกิจกรรมที่ภารโรงจะต้องทาสีหรือซ่อมสายไฟหรือทำงานเอกสารผู้อำนวยการคนนี้ไม่เคยเกี่ยงพร้อมที่จะช่วยเหลือคนอื่นๆทั้งครูและภารโรงทำงานร่วมกันไม่เคยคิดว่าตนเองนั้นเป็นผู้ระดับบริหารและมีอำนาจใหญ่สุดในโรงเรียนและไม่เคยข่มคุณครูคนอื่นๆในโรงเรียนเลยทำให้คุณครูและลูกศิษย์ที่อยู่ในโรงเรียนนี้

ต่างก็รักและนับถือผู้อำนวยการโรงเรียนคนนี้เป็นอย่างมากดังนั้นจึงได้มีการโพสต์ภาพเพื่อแสดงความชื่นชมและอยากให้ชาวโซเชียลได้เห็นว่าบุคคลดีๆที่ควรนำมาเป็นแบบอย่างก็ยังมีอยู่ในประเทศไทยเหมือนกันซึ่งยังมีการระบุเกี่ยวกับความดีของผออุทัยธานีว่าไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารให้นักเรียนกินในช่วงเวลากลางวันหรือการที่ฝนตกแล้วต้องทำที่รองฝนรวมถึงการตัดหญ้าทั้งๆ

ที่ต้องตัดหญ้าท่ามกลางแสงแดดจ้ามีเหงื่อออกท่วมตัวแต่ ผู้อำนวยการโรงเรียนนายอุทัยก็ยังช่วยคุณครูและภารโรงคนอื่นทำงานอย่างไม่มีเกี่ยงงอนซึ่งถ้าเทียบกับผู้อำนวยการโรงเรียนอื่นแล้วเราก็จะไม่มีใครมาทำงานติดดินเหมือนกับที่โรงเรียนแห่งนี้อย่างแน่นอนอย่างไรก็ตามเมื่อทางโซเชียลได้เห็นข้อความชื่นชมนี้ต่างก็ไปแสดงความคิดเห็น

และแสดงความชื่นชมในความดีของผอคนนี้กันเป็นอย่างมากซึ่งข้อความนี้ได้มีการใช้กันอย่างกว้างขวางจนในที่สุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็ยังมีการแชร์ข้อความนี้ต่อไปในโลกออนไลน์ด้วยโดยการแสดงความชื่นชมผู้อำนวยการโรงเรียนอุทัยที่เป็นคนดีจนถึงขนาดที่มีหลายคนนั้นแชร์สรรเสริญเยินยอความดีเป็นที่นับถือของคนทุกคนโดยเป็นคนที่ชาวบ้านรักอย่างแท้จริงโดยที่ไม่ได้รักที่ตำแหน่งของผอ. นับว่าบุคคลนี้ควรเป็นแบบอย่างของคนอื่นๆ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน ถูกกฎหมาย ใน ประเทศไทย

หญิงจีนหัวใสโกงเงินประกันเที่ยวบินดีเลย์

Posted on 18 มิถุนายน 202018 มิถุนายน 2020Categories ข่าวทั่วไปTags ,

หญิงจีนหัวใสโกงเงินประกันเที่ยวบินดีเลย์ ทำมาแล้วสี่ปี รับเงินไปใช้ฟรีๆ สิบสามล้านบาทแล้ว

         เมื่อวันที่ 14 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแฉกลโกงของหญิงสาวชาวจีนคนหนึ่งเธอใช้ชื่อสกุล ว่า หลี สำหรับคนๆของเธอนั้นเธออาศัยความรู้เกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายและการประกันภัยการเดินทางทำให้เธอหารายได้ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาได้เงินไปใช้ฟรีๆประมาณ 13 ล้านบาทโดยตรงๆที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเธอนั้นจะใช้วิธีการจองตั๋วเครื่องบินโดยทำทีว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ

แต่เธอจะมีการวิเคราะห์ก่อนว่าสายการบิน ลำที่เธอจะเดินทางไปนั้นจะมีโอกาสที่จะมีการดีเลย์ของเที่ยวบินหรือไม่หรือมีแนวโน้มว่าจะยกเลิกเที่ยวบินหรือไม่นั่นเองซึ่งเมื่อเธอซื้อตั๋วเครื่องบินเอาไว้แล้วเธอก็จะมีการทำประกันการดีเลย์ของเครื่องบินหรือการยกเลิกเที่ยวบินเอาไว้และถ้าหากการคาดคะเนของเธอถูกต้องเครื่องบินลำที่เธอมีการซื้อตั๋วเอาไว้นั้นจำเป็นต้องมีการยกเลิกเที่ยวบิน

หรือมีการเดินทางออกจากสนามบินล่าช้าเธอก็จะทำเรื่องฟ้องกับประกันและได้เงินจากการที่เครื่องบินนั้นดีเลย์หรือยกเลิกการบินทำให้เธอนั้นมีรายได้มาใช้มากกว่า 13 ล้านบาทโดยเธอทำแบบนี้มานานถึง 4 ปีและเธอใช้เป็นวิธีการนำชื่อของญาติพี่น้องและเพื่อนของเธอรวมทั้งสิ้นประมาณเกือบ 20 คนมาใช้ในการประกอบการซื้อตั๋วเครื่องบิน

เนื่องจากว่ามีช่องว่างทางกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของการขอเงินประกันเรื่องของเครื่องบินดีเลย์และเครื่องบินการถูกยกเลิกที่ว่าคนที่ฟ้องร้องนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ซื้อตั๋วก็ได้ทำให้เธออาศัยช่องโหว่นี้ทำการซื้อตั๋วแล้วไม่เดินทางพร้อมทั้งทำเรื่องขอเอาเงินประกันอย่างไรก็ตามเธอใช้เป็นลักษณะของการคาดเดาเท่านั้น

ดังนั้นมันก็จะมีบางครั้งที่เธอซื้อตั๋วไปแล้วแล้วเครื่องบินเกิดเดินทางตามเวลาที่กำหนดไว้ปกติแต่เธอก็มักจะมีวิธีการที่จะไปขอยกเลิกการเดินทางของเที่ยวบินนั้นๆและทำเรื่องขอเงินคืนทำให้เธอนั้นไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆเลยตลอดระยะ 4 ปีที่เธอซื้อตั๋วเครื่องบินมาสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่สนามบินและทางเจ้าหน้าที่บริษัทประกันเกิดความสงสัยขึ้นเมื่อมีคนสกุล หลี ทำเรื่องขอคืนเงินประกันบ่อยเกินไปจึงได้มีการสืบประวัติย้อนหลังและทำให้รู้ว่าคนที่ทำเป็น

แค่คนแค่คนเดียวแต่ใช้ชื่อคนอื่นเข้ามาในทำการจองตั๋วเครื่องบินนั่นเองโดยเรื่องราวในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเข้าจับกุมตัวนางหลีเมื่อวันที่ 29 เดือนเมษายนที่ผ่านมา และมีการออกมาเผยกลโกงของนางลีในครั้งนี้เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมานี้เองซึ่งทางบริษัทประกันทั้งหลายที่ถูกนางหลี เคย ขอประกันคืนนั้น ต่างก็พากันแก้ไขกฎหมายเพื่อไม่เอื้อประโยชน์ได้อีก

 

สนับสนุนโดย  sagame สูตร

การนำรองเท้าที่มีคนบริจาค ออกไปขาย 

Posted on 16 มิถุนายน 202016 มิถุนายน 2020Categories ข่าวเด่นวันนี้Tags ,

โรงพยาบาลรามาได้ออกมาอธิบายถึงสาเหตุที่ได้มีการนำรองเท้าที่มีคนบริจาค ออกไปขาย 

        กำลังเป็นกระแสดราม่าในโลกออนไลน์เป็นอย่างมากเมื่อมีข้อความที่ถูกแชร์ออกไปเกี่ยวกับเรื่องของการที่พนักงานพยาบาลของโรงพยาบาลรามาธิบดีได้มีการนำรองเท้าซึ่งมีผู้คนนั้นรวบรวมเงินกันแล้วนำไปบริจาคให้กับทางพยาบาลของโรงพยาบาลรามาเอาไว้ใช้สำหรับการทำงานในโรงพยาบาลได้มีการออกมาขายให้กับประชาชนทั่วไปคู่ละ 600 บาท

ทำให้หลายคนมองว่าสิ่งของที่ประชาชนตั้งใจบริจาคไปให้นั้นถูกนำไปแปลเป็นเงินซึ่งผิดกับหลักเจตนารมณ์ของคนที่อยากจะช่วยเหลือพยาบาลยังไงก็ตามเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องของพยาบาลได้เอารองเท้าออกมาขายแทนที่จะเอาไว้ใช้งานตามหลักจนาของคนบริจาคก็ทำให้มีการพูดถึงเรื่องนี้กันเป็นจำนวนมาก

โดยในที่สุดทางโรงพยาบาลรามาก็ได้ออกมาชี้แจงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นถึงสาเหตุว่าทำไมทางด้านเจ้าหน้าที่อาวุโสของโรงพยาบาลรามาถึงได้นำรองเท้าที่มีการบริจาคไปให้นั้นออกมาจำหน่ายแทนที่จะแจกจ่ายให้กับพยาบาลทุกคนซึ่งเหตุผลที่ได้กล่าวมานั้นก็เพราะว่ารองเท้าที่ทางแบรนด์รองเท้าดังกล่าวนำไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลรามานั้นมีจำนวนสายที่ไม่ครบกับจำนวนพยาบาลเพราะว่าไซต์ของเท้าของพยาบาล

แต่ละคนนั้นแตกต่างกันทำให้เมื่อลองคำนวณการแจกดูแล้วปรากฏว่าบางคนก็จะมีรองเท้าแต่บางคนก็จะไม่ได้รับรองเท้าเพราะว่าไม่มีไซส์ที่เหมาะกับเท้าซึ่งทำให้ในที่สุดแล้วและเจ้าหน้าที่อาวุโสจึงได้มีการพูดคุยกันว่าหากเป็นเช่นนั้นก็จะเป็นการว่าพยาบาลบางคนจะได้รับรองเท้าแต่พยาบาลบางคนก็จะไม่ได้รับความช่วยเหลือนี้ดังนั้นเพื่อให้พยาบาลทุกคนได้รับสิทธิ์เท่าเทียมกันทางโรงพยาบาลจึงได้เปลี่ยนจากการนำรองเท้าที่บริจาคมานั้นแทนที่จะให้กับพยาบาลซึ่งอาจจะได้ใช้ไม่ครบทุกคนเปลี่ยนมาเป็นเงินแทน

เพื่อที่จะได้นำเงินดังกล่าวนั้นเข้าสู่คลังกลางของพยาบาลเพื่อที่จะได้นำเงินดังกล่าวนำไปช่วยเหลือพยาบาลได้อย่างทั่วถึงนั่นเองโดยทางโรงพยาบาลยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่เอารองเท้าที่ผู้คนนำบริจาคเพียงแต่ว่าถ้าเกิดนำไปแจกจ่ายให้กับพยาบาลแล้วมันจะไม่ได้ใช้งานกันอย่างทั่วถึงและแน่นอนว่ารองเท้าที่มีการบริจาคไว้นั้นไม่ได้ครบกับจำนวนพยาบาลที่มีอยู่ในโรงพยาบาลทุกคน

ดังนั้นหากมีการกระจายออกไปก็ทำให้บางคนอาจจะได้รับและบางคนอาจจะไม่ได้รับซึ่งมันจะกลายเป็นว่า พยาบาลนั้นได้รับความช่วยเหลือในปัญหาดังกล่าวได้อย่างไม่ทั่วถึงดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาพยาบาลทะเลาะกันเองจึงได้มีการนำรองเท้ามาขายเพื่อนำเงินไปเข้าสวัสดิการของพยาบาลจะดีที่สุดโดยทางผู้จัดการอาวุโสนั้นได้มีการทําบัญชีรายรับรายจ่ายเอาไว้ด้วยซึ่งสามารถมาตรวจสอบหลักฐานได้

 

 

สนับสนุนโดย  betbb

คลิปฉาวของพนักงาน Grab food

Posted on 15 มิถุนายน 202015 มิถุนายน 2020Categories รวมข่าวเด่นTags ,

คลิปฉาวของพนักงาน Grab food ผู้ชายทำร้ายพนักงาน Grab Food ผู้หญิง

        กำลังเป็นที่พูดถึงกันในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับคลิปวีดีโอคลิปหนึ่งซึ่งกำลังถูกแชร์ต่อกันไปในโลกออนไลน์อย่างไม่หยุดโดยมีการแชร์คลิปดังกล่าวขึ้นเมื่อวันที่ 12 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ซึ่งในคลิปวีดีโอนั้นจะเห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งที่ใส่เสื้อสีดำกำลังทำร้ายร่างกายผู้หญิง 2 คนใส่เสื้อสีเขียวและผู้ชายสีดำในคลิปยังอะโวยวายด่าทอผู้หญิงทั้งสองคนยังไม่หยุดทั้งๆที่มีคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นมาช่วยกันกับชายคนดังกล่าวแยกแต่เขาก็ยังโวยวายซึ่งคนส่วนใหญ่มองว่าคำพูดที่เขาพูดออกมานั้นเป็นคำพูดที่ฟังดูแล้วไม่รู้เรื่องลักษณะของชายเสื้อดำนั้นเป็นเหมือนคนเมายาจากการตรวจสอบเบื้องต้น

พบว่าชายเสื้อดำคนดังกล่าวนั้นเป็นพนักงานชายที่ขับ Grab Food เช่นเดียวกันและปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าโดยทั้งสามคนเป็นพนักงาน Grab food เพื่อมารอรับอาหารที่จะเอาไปส่งให้กับลูกค้าแต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายชายที่เป็นเสื้อสีดำออกมาโวยวายและทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิง

โดยให้เหตุผลว่าเพราะหญิงสาวทั้งสองคนนั้นมายืนค้ำหัวเขาทำให้เขาเกิดความไม่พอใจจึงได้ลงมือทำร้ายร่างกายหญิงสาวทั้งสองคนจนได้รับบาดเจ็บซึ่งไปๆที่เห็นคลิปนี้ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพฤติกรรมของชายเสื้อดำนั้นไม่เหมาะสมที่จะมาทำงาน Grab Food ถึงแม้ว่าคนที่เห็นคลิปนี้จะเป็นพนักงานขับรถด้วยกันเองก็ยังออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องของการกระทำของชายเสื้อดำคนดังกล่าวซึ่งเป็นการกระทำที่รุนแรงจนเกินไปเพียงเพราะเหตุผลว่าสาวทั้งสองคนนั้นมายืนค้ำหัวเท่านั้นเองซึ่งหลายคนมองว่าเขาเป็นผู้ชายไม่น่าที่จะทำร้ายผู้หญิงในที่สาธารณะอีกด้วย

อีกทั้งยังมีคนมาห้ามปรามแต่เขาก็ยังแสดงกิริยาไม่เหมาะสมหลายคนนึงเห็นว่าถ้าเกิดคนที่มายืนค้ำหัวข้อนั้นเป็นลูกค้าของทางร้านอาหารล่ะจะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่ใช่พนักงาน Grab Food ด้วยกันจะเกิดอะไรขึ้นนั่นจึงเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนนั้นอยากจะให้บริษัท Grab Food นั้นได้ออกมาดูแลการกระทำของพนักงานคนดังกล่าวว่าเหมาะสมที่จะเป็นพนักงานของบริษัท Grab Food ต่อไป

หรือไม่เพราะหลายคนมองว่าชายเสื้อดำนั้นทำรุนแรงเกินกว่าเหตุและไม่เหมาะสมที่จะทำงานด้านบริการอย่างแน่นอนเพราะถ้าเกิดเขาไปรับออเดอร์ลูกค้าแล้วเกิดไม่พอใจลูกค้าขึ้นมาก็อาจจะทำให้ทำร้ายลูกค้าได้ซึ่งจะทำให้บริษัท Grab Food นั้นเสียชื่อเสียงได้เช่นเดียวกันอีกทั้งยังมีการแนะนำว่าให้นำชายคนดังกล่าวไปตรวจหาสารเสพติดลักษณะอาการแล้วเหมือนคนกำลังคลั่งยามากกว่าที่จะเป็นการไม่พอใจธรรมดานั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  สูตร sagame

เด็ก 10 ขวบกตัญญูรับจ้างบวชหน้าไฟเอาเงินมาช่วยเหลือแม่ที่ตาบอด

Posted on 11 มิถุนายน 202011 มิถุนายน 2020Categories ข่าวที่น่าสนใจTags ,

         เหตุการณ์เกิดความประทับใจในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อมีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้มีการโพสต์ภาพเด็กชายคนหนึ่งด้วยวัยเพียงแค่ 10 ขวบเท่านั้นโดยในภาพมีการระบุว่าเด็กชายคนดังกล่าวนั้นชื่อว่าน้องชานุพงศ์ซึ่งน้องนั้นเป็นเด็กดีอย่างมากเนื่องจากว่าแม่ของน้องนั้นตาบอดมองไม่เห็นน้องจึงเป็นคนที่หาเลี้ยงแม่โดยรับจ้างทั่วไปหากใครมีการใช้ให้ทำงานบ้านหรือจ้างไปซื้อของก็จะทำหมดและยังมารับจ้างบวชหน้าไฟซึ่งจะได้ค่าบวชในครั้งนั้น 300 บาทเด็กชายภานุพงษ์ก็จะนำเงินที่บวชนั้นไปให้แม่ทั้งหมดหลังจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้สร้างความประทับใจให้กับคนที่ได้อ่านเป็นอย่างมาก

ทางด้านนักข่าวจึงได้มีการลงพื้นที่ไปสอบถามข้อมูลก็ปรากฏว่าแม่ของเด็กนั้นเดิมทีเคยทำงานเป็นพนักงานล้างจานอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งเมื่อ 10 ปีที่แล้วแต่ว่าช่วงดังว่ะนั้นมีวัยรุ่นตีกันในร้านอาหารและเธอโดนลูกหลงจากการถูกอาวุธปืนของวัยรุ่นทำให้ตาบอดข้างหนึ่งหลังจากนั้นเธอก็หาเลี้ยงลูกด้วยมาด้วยตัวคนเดียวของเธอจนเมื่อประมาณ 4 เดือนที่แล้วปรากฏว่าตาอีกข้างนึงของเธอนั้น

เริ่มเลือนลางมองไม่เห็นเจอในที่สุดเธอก็ตาบอดทั้งสองข้างจึงไม่สามารถออกไปทำงานได้ลูกชายของเธอที่อายุ 10 ขวบนั้นจึงได้ออกมาช่วยทำงานเพื่อหาเลี้ยงดูเธอโดยหากเด็กชายภาณุพงศ์หาเงินมาได้เท่าไหร่เธอก็จะเอามาให้แม่ทั้งหมดหลังจากนั้นถ้าเธออยากได้อะไรเด็กชายชนะพลก็จะไปขอแม่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ซึ่งปัจจุบันนี้ทั้งคู่อยู่กับลูกสาวคนโตของแม่อนุพงษ์แต่ว่าอาศัยอยู่ด้านล่างของตัวบ้านและเมื่อนักข่าวไปสอบถามเด็กชายภานุพงษ์ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเขาก็บอกแต่เพียงว่าเขาต้องการหาเงินช่วยแม่เนื่องจากแม่นั้นตาไม่เห็นเมื่อนักข่าวถามถึงเรื่องของอยากได้อะไรเหมือนกับเด็กคนอื่นหรือไม่เด็กชายภานุพงศ์ก็ตอบว่าเขาก็เขาก็เป็นเด็กและเขาก็อยากได้ทุกอย่างเหมือนกับที่เด็กคนอื่น

อยากได้เหมือนกันแต่เขาไม่สามารถเอาทุกอย่างได้เพราะเขาต้องเก็บเงินไว้ให้แม่ใช้และเขาต้องเก็บเงินเอาไว้ไปโรงเรียนเพราะใกล้จะเปิดเทอมแล้วแต่ชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนของเขายังไม่มีเลยซึ่งเรื่องราวที่เขาให้สัมภาษณ์นักข่าวนี้ทำให้นักข่าวเกิดความรู้สึกประทับใจในตัวเด็กคนนี้มากที่รู้จักขยันทำงานและรู้จักคิดรู้จักใช้เงินเป็นอย่างไรก็ตามถ้าใครอยากจะช่วยเหลือเด็กชายชาณุพงศ์และแม่ของเขานั้นสามารถที่จะทำการโอนเงินเข้าบัญชีซึ่งเป็นบัญชีของเด็กชายชานุพงศ์เอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sa game vip

หญิงสาวที่อำเภอพรหมพิรามซื้อโทรศัพท์มือถือแล้วค่ะส่งจนถูกฟ้องร้องถูกยึดที่ดิน

Posted on 8 มิถุนายน 20208 มิถุนายน 2020Categories ข่าวเด่นTags ,

          เหตุการณ์เกิดขึ้นมานานมากแล้วตั้งแต่ปีพศ 2559 เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งเธอได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทางศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัดพิษณุโลกได้ทราบถึงปัญหาของเธอเพื่อต้องการให้ทางศูนย์ดำรงธรรมนั้นไปช่วยกันแก้กล่อมให้บุคคลที่ 3งั้นขายที่ดินคืนเธอในราคาที่ไม่ต้องสูงมากนักโดยเธอเล่าว่าในช่วงประมาณปีพศ 2559

เธอได้ไปที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งและเธอได้เดินไปที่ร้านขายโทรศัพท์มือถือร้านหนึ่งและทำการยื่นขอซื้อโทรศัพท์มือถือในราคาเครื่องละ 3 หมื่นกว่าบาทโดยเป็นการผ่อนจ่ายโทรศัพท์มือถือในทุกๆเดือนแต่เนื่องจากเมื่อซื้อโทรศัพท์มือถือมาแล้วประสบกับปัญหาผังครอบครัวทำให้ไม่มีเงินไปผ่อนจ่ายโทรศัพท์มือถือโดยเธอผ่อนไปเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น

เธอก็หยุดผ่อนหลังจากนั้นร้านที่ขายโทรศัพท์มือถือให้เธอก็ยื่นฟ้องศาลต่อเธอจนในที่สุดนั้นศาลก็ได้มีการมีคำสั่งออกมายึดทรัพย์สินของเธอซึ่งเป็นที่ดินจำนวน 4 ไร่ให้นำที่ดินดังกล่าวนั้นขายทอดตลาดออกไปและนำเงินมาคืนร้านโทรศัพท์มือถือซึ่งเมื่อคำนวณยอดของค่าโทรศัพท์มือถือและดอกเบี้ยแล้วเธอจำเป็นต้องคืนค่าโทรศัพท์มือถือนั้น

อยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทเท่านั้นเองแต่ด้วยราคาที่ดินที่เธอถูกยึดทรัพย์ไปนั้นมีการนำไปขายออกในราคา ห้าแสนบาทซึ่งที่ดินดังกล่าวนั้นเป็นที่ดินของพ่อแม่ของเธอเธอจึงจำเป็นต้องอยากจะซื้อที่ดินกับคืนมาให้กับพ่อและแม่ซึ่งเมื่อเธอติดต่อบุคคลที่ 3 ที่ซื้อที่ดินของเธอไปปรากฏว่าเขาทำการยื่นเรื่องขายที่ดินดังกล่าวคืนให้กับเธอในราคาถึง หนึ่งล้านหกแสน บาท

ซึ่งถ้ามองว่าเป็นราคาที่สูงมากจนเกินไปและเธอไม่สามารถหาเงินมาซื้อต่อได้เพราะจริงๆแล้วทางกรมบังคับคดีขายที่ดินของเธอออกเพียงแค่ห้าแสนบาทเท่านั้นแต่พอเธอจะซื้อกับคืนมาเจ้าของที่ดินคนใหม่กับขายให้เธอเพิ่มเป็น 3 เท่าจากราคาที่ดินที่เธอขายให้กับเขาทำให้เธอนั้นอยากจะให้ทางศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัดพิษณุโลก

เข้ามาเป็นตัวกลางช่วยเกลี้ยกล่อมให้เจ้าของที่ดินนั้นลดราคาที่ดินขายให้เธอในราคาถูกลงมากกว่านี้เนื่องจากว่าเธอนั้นไม่มีปัญญาที่จะไปหาเงินมาซื้อที่ดินในราคาถึงล้าน 6 แสนบาทแน่นอนอย่างไรก็ตามทางศูนย์ดำรงธรรมได้มีการรับเรื่องที่จะไปเป็นตัวแทนและเป็นตัวกลางในการเจรจาซื้อขายที่ดินในครั้งนี้เพราะทางศูนย์ดำรงธรรมเองก็มองว่าการที่เจ้าของที่ดินนั้นเรียกร้องราคาที่ดินที่สูงมากเกินไปนั้นก็รู้สึกไม่เป็นธรรมกับหญิงสาวคนดังกล่าวเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน

ชายชรา อายุ 70 ปี อาชีพเก็บของเก่าขายเกิดลมชัก

Posted on 6 มิถุนายน 20206 มิถุนายน 2020Categories ข่าวที่น่าสนใจTags ,

ชายชรา อายุ 70 ปี อาชีพเก็บของเก่าขายเกิดลมชักเพราะอากาศร้อนทำให้ผู้หมดสติจมน้ำเสียชีวิต

           จังหวัดปทุมธานีตรงบริเวณริมถนนเลียบคลองถ้ำตะบันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่าตรงบริเวณดังกล่าวนั้นมีคนพบศพนอนเสียชีวิตอยู่ตรงข้างถนนตรงบริเวณคูน้ำซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนปี พ.ศ.2563 เวลาที่เกิดเหตุคือประมาณบ่าย 14:30 น. ซึ่งเมื่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึง ไม่พบผู้ใหญ่บ้านกำลังยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตรงจุดเกิดเหตุ

โดยทางผู้ใหญ่บ้านแจ้งว่าขณะที่ตัวเองกำลังอยู่ที่บ้านนั้นได้มีชาวบ้านโทรเข้าไปแจ้งว่ามีคนพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ตรงคูน้ำริมถนนจึงได้เดินทางมาดูซิว่ามาถึงก็พบว่ามีศพของชายชรานอนเสียชีวิตข้างหน้าอยู่ในภูมินั้นจริงและตรงด้านบนริมถนนนั้นก็มีรถเข็นขายของเก่าจอดทิ้งเอาไว้อยู่ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านแจ้งว่าชายชรา

ที่เสียชีวิตนั้น ชาวบ้านรู้จักกันดีในนามที่ชื่อว่านายตี๋ซึ่งคาดว่าน่าจะอายุประมาณ 70 ปีแต่ไม่มีใครรู้ว่านายตี๋นั้นพักอาศัยอยู่ที่ไหนหรืออยู่กับใครเพราะทุกคนจะเห็นแค่ว่านายตี๋จะเดินมาหาของเก่าแถวบริเวณในหมู่บ้านและแถวนี้อยู่เป็นประจำซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านบอกว่าโดยปกติแล้วในสีมีโรคประจำตัวก็คือโรคลมชักเพราะชาวบ้านในวัยนี้มักจะพบว่านายตี๋มีอาการลมชักอยู่บ่อยครั้งซึ่งชาวบ้านหลายคนก็เคยช่วยนายตี๋มาแล้วอยู่บ่อยๆซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางผู้ใหญ่บ้านเอง

ก็สันนิษฐานว่านายตี๋อาจจะเป็นโรคลมชักกำเริบก็ได้เพราะว่าวันนี้อากาศร้อนแล้วบังเอิญว่าตรงจุดที่นายตี๋เป็นโรคลมชักนั้นไม่มีคนอยู่จึงไม่มีใครช่วยเหลือได้ทันท่วงทีซึ่งหลังจากที่เป็นโรคลมชักแล้วอาจจะขึ้นตกลงมาตรงคูน้ำพอดีทำให้หน้าคว่ำลงไปในน้ำแล้วทำให้เสียชีวิตได้  อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการให้กู้ภัยนำร่างของนายตี๋ไปส่งที่โรงพยาบาลเพื่อชันสูตรศพอีกรอบหนึ่งและก็จะมีการตามหาญาติพี่น้องของนายตี๋เพื่อให้มารับศพนายตี๋ไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

         อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้อาจจะเกิดขึ้นเพราะว่าอากาศที่ร้อนจนเกินไปและผู้เสียชีวิตนั้นก็ อายุมากแล้วและยังต้องมาทำงานกลางแดดร้อนร้อนจึงทำให้อาจจะมีปัญหาในเรื่องของการเป็นลมและที่สำคัญทางผู้ใหญ่บ้านเองก็บอกว่าชายชรานั้นมีโรคประจำตัวเป็นโรคลมชักด้วยดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าระหว่างที่มีอาการกำเริบของโรคลมชักแล้วไม่มีคนอยู่พอดีจึงทำให้กลิ้งตกลงไปในคูน้ำจมน้ำเสียชีวิตนั่นเอง

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

ฆาตกรฆ่าลูกตัวเองฝังดินเมียเก่าออกมาแฉข่มขืนแฟนลูก

Posted on 6 มิถุนายน 20206 มิถุนายน 2020Categories ข่าวเด่นTags ,

ฆาตกรฆ่าลูกตัวเองฝังดินเมียเก่าออกมาแฉข่มขืนแฟนลูกทุกคนแม้แต่หลานก็ยังไม่เว้น

          จากกรณีที่มีข่าวว่ามีคนพบศพชายคนหนึ่งอายุประมาณ 21 ปีถูกฆ่าฝังดินอยู่ในสวนที่จังหวัดสงขลาหลังจากนั้นก็สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าคนที่ลงมือก่อเหตุชายหนุ่มคนดังกล่าวนั้นเป็นพ่อแท้ๆของเขาเองชื่อว่านายอรุณเลยทำให้การนี้เกิดมาจากลูกสะใภ้ของนายอรุณที่บอกว่าเกิดจากการที่นายอรุณนั้นหึงหวงลูกสะใภ้

และต้องการลูกสะใภ้ไว้ในครอบครองจึงได้ทำการฆ่านายอรุณโดยทางลูกสะใภ้ของนายอรุณยังได้บอกอีกว่าถูกนายอรุณนั้นข่มขืนมายาวนานเป็นระยะเวลา 7 เดือนแล้วแต่ที่ไม่หนีเนื่องจากว่าเป็นห่วงรูปที่พึ่งอายุได้เพียงแค่ 9 เดือนเท่านั้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการจับกุมตัวนายอรุณเพื่อทำการขังคุกเรียบร้อยแล้วแต่ก็ยังมีการศึกษาเรื่องราวกันไม่จบสิ้นโดยหลายคนมองว่าเหตุใดนางสาวกุ้งซึ่งเป็นลูกสะใภ้ของนายอรุณถึงยอมได้นานขนาดนั้น

และถึงแม้เรื่องนี้นางสาวกุ้งจะออกมาชี้แจงแล้วแต่ก็ยังไม่คลายความสงสัยให้กับคนทั่วไปอย่างไรก็ดีเขาได้มีการลงติดตามพื้นที่เพื่อสอบถามถึงเรื่องนี้ว่ามีแนวโน้มจะจริงหรือไม่เกี่ยวกับเรื่องที่นายอรุณนั้นข่มขืนลูกสะใภ้คนเองซึ่งอดีตภรรยาของนายอดุลย์ก็คือนางวันวิสาได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าเชื่อว่าเป็นความจริงเนื่องจากว่าก่อนหน้านี้นายอดุลย์ก็เคยก่อเหตุเช่นนี้แล้ว

กับบรรดาแฟนของลูกชายซึ่งไม่ใช่นางสาวกุ้งเป็นคนแรกทุกคนที่เป็นแฟนของลูกชายของนายอรุณจะถูกนายอรุณพยายามข่มขืนทั้งหมดรวมถึงนายทุนยังเคยก่อเหตุพยายามจะข่มขืนหลานสาวของตนเองด้วยแต่ทำไม่สำเร็จทำให้ทุกคนต่างก็พากันหนีหายไปไม่กลับมาบ้านอีกเลยอย่างไรก็ดีนางวันวิสายังกล่าวอีกว่าตอนที่นายอรุณน่าจะฆ่าลูกชายไปเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นยังได้โทรกลับมาหาเธอเพื่อสอบถามถึงลูกชายว่าหายไปเห็นหรือไม่เมื่อเธอบอกว่าไม่เห็นในอรุณก็พูดเหมือน

ทำนองว่าลูกชายนั้นมีนิสัยชอบหายออกจากบ้านไปบ่อยๆอีกทั้งยังบอกให้เธอส่งลูกชายอีกคนหนึ่งไปให้ช่วยทำงานโชคดีมากที่เธอไม่ได้ส่งลูกชายอีกคนไปให้ไม่เช่นนั้นลูกชายอีกคนของเธออาจจะถูกนายอรุณฆ่าตายอีกคนก็ได้เพราะลูกชายอีกคนนั้นก็ทราบถึงเรื่องราวการกระทำของนายอรุณมาโดยตลอดสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้นางวิสาขากล่าวว่านายอรุณนั้นชื่อร้ายเกินกว่าที่จะสมควรมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้เพราะสามารถทำได้แม้กับลูกตนเองที่เป็นลูกแท้ๆหนึ่งนั้นเธออยากจะให้เจ้าหน้าที่ส่งเรื่องนี้ไปถึงศาลและให้ศาลลงโทษสูงสุดเลย

 

สนับสนุนโดย  bk8