นายพันธ์ยศประธานพรรคภราดรภาพออกมาชี้แจง

Posted on 29 มีนาคม 202026 มีนาคม 2020Categories ข่าวที่น่าสนใจTags

นายพันธ์ยศประธานพรรคภราดรภาพออกมาชี้แจงเรื่องหน้ากากอนามัยบอกว่านายบอยพูดจาโอเวอร์

      จากกรณีที่มี Pages ดังเพจหนึ่งได้ออกมาแชร์เกี่ยวกับเรื่องของหน้ากากอนามัยที่กำลังขาดแคลนอยู่ในขณะนี้ โดยได้ออกมาบอกว่ามีคนกักตุนหน้ากากอนามัยไว้เพื่อนำสินค้าออกไปขายยังประเทศจีนและยังมีการเปิดเผยหลักฐานทั้งคลิปและรูปภาพรวมถึงข้อความที่บ่งบอกว่ามีการกระตุ้นหน้ากากอนามัยจริงและสถานที่ที่ทำการกระตุ้นอากาศอนามัยนั้นเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นอาคารเดียวกับที่มีการตั้งพรรคภราดรภาพซึ่งมีนาย พันธ์ยศเป็นประธานของพรรค ซึ่งในพันธ์ยศ ได้มาออกรายการโหนกระแสเพื่อชี้แจงข้อมูลดังกล่าวว่าสำหรับรูปภาพที่มีการโพสต์อยู่นั้นเป็นรูปภาพที่เคยเกิดขึ้นจริง

แต่เป็นภาพเมื่อนานมาแล้วตั้งแต่เดือนมกราคมก่อนที่จะมีการประกาศพอเราบอต่อการควบคุมหน้ากากอนามัยซึ่งตอนนั้นในพันธ์ยศรับเป็นในหน้าหาหน้ากากอนามัยมาขายแต่ จำนวนหน้ากากอนามัยไม่ได้มากเท่ากับที่ไหนบอยมีการอัดคลิปไว้แน่นอนซึ่งในตอนนั้นที่มีการกระตุ้นหน้ากากอนามัยเอาไว้ส่งขายให้กับประเทศจีนเพราะว่าต้องการสร้างรายได้ให้เข้ามากับประเทศและไม่ได้มีการขายแพงแต่อย่างใดโดยกำไรจากการขายหน้ากากอนามัยในพันยศบอกว่าคิดแค่เพียงกำไรชิ้นละ 50 สตางค์เท่านั้นไม่ได้กำไรมากมาย

อย่างที่นายบอยได้มีการพูดเอาไว้ที่สำคัญสินค้าดังกล่าวได้มีการจำหน่ายออกไปหมดแล้วก่อนที่จะมีการประกาศใช้กฎหมายหน้ากากอนามัยและตอนนี้ตนเองก็มีหน้ากากอนามัยไว้ครอบครองไม่ถึง 10,000 ชิ้น  ส่วนในคลิปที่มีการเห็นว่ามีกล่องหน้ากากอนามัยจำนวนมากนำมาเก็บไว้ที่อาคารพรรคภราดรภาพนั้นนั้นเป็นการนำของมาจัดใหม่เพื่อทำการส่งให้ประเทศจีนในช่วงเดือนมกราถึงกุมภาซึ่งหลังจากมีการส่งออกไปเรียบร้อยแล้วก็ไม่มีสินค้าที่จะส่งอีกแล้วเนื่องจากสินค้าในประเทศไทยขาดแคนยืนยันได้ว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้กระตุ้นหน้ากากอนามัยเอาไว้เพื่อหวังเก็งกำไรแน่นอน

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ในพันธ์ยศยังได้กล่าวขอโทษกับประชาชนคนไทยทุกคนซึ่งระหว่างที่อยู่ในรายการโหนกระแสทั้งทนายรณรงค์และอาจารย์อ๊อดต่างก็ออกมาต่อว่านายพันธ์ยศกันมากมายว่าถ้าหากไม่กลับฝนหน้ากากอนามัยนำไปขายให้กับประเทศจีนทั้งโรงพยาบาลและประชาชนคนไทยทุกคนก็จะไม่ขาดแคลนหน้ากากอนามัยเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้และเมื่อมีการสอบถามว่าหน้ากากอนามัย 200ล้าน ชิ้นที่นายบอยประกาศไว้นั้นอยู่ที่ไหนแต่ในพันธ์ยศยืนยันว่าตนเองไม่รู้ว่าหน้ากากอนามัยเรานั้นอยู่ไหนและยืนยันว่าตนเองไม่เกี่ยวกับหน้ากากอนามัยที่หายไปทั้งสิ้น

เด็ก 7 ขวบโดนอุ้มที่ตลาด หนีหายไปต่อหน้าต่อตาปู่กับป้า

Posted on 26 มีนาคม 202026 มีนาคม 2020Categories ข่าวเด่นวันนี้Tags

มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ตลาดย่านเขตทุ่งครุเหตุการณ์มีอยู่ว่าไม่ใช่คนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาอยู่ดีๆก็มาอุ้มเด็กหญิงอายุเพียง 7 ขวบ โดย เด็กชื่อว่าน้องพลอยขึ้นรถจักรยานยนต์ที่หายไป ต่อหน้าต่อตาของปู่และกับป้าที่กำลังยืนซื้อของอยู่ในตลาด ซึ่งทั้งปู่และป้าได้ไปทำการแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรจึงได้มีการร้องขอความช่วยเหลือจากบุคคลทั่วไปผ่านทาง facebook ว่าหากใครพบเห็นเหตุการณ์หรือว่าจำหน้าคนร้ายได้ให้ช่วยติดต่อประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจับกุมตัวคนร้ายคนนี้เพื่อที่จะได้ตามหลานสาวกลับคืนมา

หลังจากที่ได้ขอความช่วยเหลือผ่านทาง facebook ไปแล้วก็ได้ทราบข้อมูลมาว่าคนที่ขี่รถจักรยานยนต์มาพาตัวเด็กหญิงอายุ 7 ขวบที่ชื่อว่าน้องพลอยไปนั้นเป็นคุณพ่อของน้องเอง การสอบถามทางคุณพ่อที่ได้มาพาตัวลูกสาวไปนั่นก็เพราะว่าคุณพ่อเห็นว่าปู่และป้าเลี้ยงหลานแบบตามใจจนเกินไปด้วยคุณพ่อเกรงว่าลูกสาวจะเสียคน และที่สำคัญคุณพ่อคนดังกล่าวมีลูกทั้งหมด 4 คนแต่ปู่กับป้าสนใจเฉพาะหลานสาวคนนี้คนเดียวจึงทำให้พ่อเกิดความหมั่นไส้จึงได้มาทำท่าลักพาตัวน้องพลอยไปจึงเป็นที่มาที่ทำให้ปู่กับป้าพากันประกาศตามหาน้องพลอยกันจ้าละหวั่น 

        จากการสอบปากคำว่าของน้องพลอยที่ถูกอุ้มตัวหายไปนั้นทางคุณป้าบอกว่าระหว่างที่ยืนซื้อของอยู่นั้นอยู่ๆก็ มีชายคนหนึ่งแต่งตัวมิดชิดและสวมหมวกกันน็อคซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใครอยู่ดีๆก็วิ่งมาอุ้มหลานสาวของตนขึ้นรถมอเตอร์ไซค์แล้วขับออกไปซึ่งระหว่างนั้นน้องพลอยก็ร้องไห้เสียงดังเพื่อให้ช่วยเหลือทำให้ไม่ทราบว่าคนที่มาอุ้มน้องพลอยไปนั้นเป็นใครจึงได้พากันเดินทางไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตามหาตัวน้องพลอยรวมถึงได้มีการโพสต์ทาง facebook เพื่อให้ประชาชนในโลกโซเชียลช่วยกันติดตามหาคนร้ายเล็กติดตามตัวน้องพลอยกลับคืนมาสู่อ้อมอกของปู่และป้า 

         ซึ่งจากการติดตามหาตัวน้องพลอยก็พบว่า Facebook ของคุณพ่อน้องพลอยได้มีการโพสต์ภาพน้องพลอยและลูกอีก 2 คนอยู่ด้วยกันกับนายเอ็มซึ่งก็คือคุณพ่อของน้องพลอยนั่นเองจึงทำให้รู้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ผู้ที่มาพาตัวน้องพลอยไปนั้นก็คือคุณพ่อของน้องพลอยนั่นเอง ซึ่งเมื่อสอบถามคุณปู่ก็ได้ความว่านายเอ็ม มีลูกทั้งหมด 4 คนและน้องพลอยกับน้องแพรซึ่งเป็นฝาแฝดกันเป็นลูกกับเมียคนแรกอีก 2 คนเป็นลูกกับเมียคนที่สองซึ่งปู่กับป้าได้เลี้ยงน้องพลอยมาตั้งแต่ยังเด็กจึงทำให้รักน้องพลอยมากเวลาซื้อของอะไรก็จะซื้อมาฝากเฉพาะกับน้องพลอยน้องแพรทำให้นายเอ็มเกิดความอิจฉาริษยาว่าลูกอีก 2 คนของนายเอ็มจะไม่ได้รับความรักจากปู่เท่ากับน้องพลอยกับน้องแพรจึงได้มาขโมยตัวน้องพลอยไป

เมียเศร้าผัวเสียชีวิตโทรไปทวงเงินแค่เพียง 1,000 บาท

Posted on 22 มีนาคม 202022 มีนาคม 2020Categories ข่าวที่น่าสนใจTags

เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดลำพูน ผู้เสียชีวิตชื่อว่าคุณสิรากร อายุ 25 ปี เจอตัวถูกอาวุธมีดและกรรไกรตัดหญ้าแทงจนเสียชีวิต โดยตอนที่กู้ภัยเดินทางไปตรวจสอบ ศพของนายศิวกรพบว่าถูกแทงตรงบริเวณด้านราวนมซ้ายจำนวน 1 แผล ด้วยอาวุธมีดทำครัวและขณะเดียวกัน ศพของนายศิวกรก็มีกรรไกรตัดหญ้าวางอยู่ด้วย

ซึ่งเมื่อนักข่าวได้ไปสอบถามกับคนที่เห็นเหตุการณ์ ว่าเกิดอะไรขึ้น สถานที่เกิดเหตุเป็นเพียงห้องเช่าเท่านั้น และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงคนร้ายที่ก่อเหตุแทงคุณศิวกรเสียชีวิตก็ยืนรอมอบตัวอยู่ตรงที่ห้องเช่าและตรงจุดเกิดเหตุนั่นเองไม่ได้หนีไปไหน โดยผู้ก่อเหตุชื่อว่านายณัฐอายุ 43 ปีด้วยเขาสารภาพว่าเขาเป็นคนแทงในศิวกรเอง ซึ่งเขาให้เหตุผลว่าคุณศิวกรเป็นคนบุกรุกเข้ามาหาเขาก่อน ในวันที่นายศิวกรเดินทางมานายศิวกรนำกรรไกรตัดหญ้ามาด้ว

ยเมื่อมาถึงก็นำกันไปตะกร้ามาทุบที่กระจกหน้าต่างซึ่งตอนนั้นเองในนัดกำลังนั่งอยู่กับแฟนสาวในห้องพัก ซึ่งปัญหาเกิดจากที่แฟนสาวของนายนัทได้ไปติดเงินนายศิวกรจำนวน 1,000 บาท นายศิรากรก็เลยเดินทางมาทวงเงินนางสาวอังคณาแฟนสาวของคนก่อเหตุ ซึ่งตอนที่นายศิวกรเดินทางมาหานางสาวอังคณานั้นได้ถือกรรไกรตัดหญ้ามาด้วย และนายศิวกรยังเดินทางมาทวงหนี้นางสาวอังคณาในช่วงเวลาตอนกลางคืนลักษณะท่าทางเหมือนจะมาคุกคามนางสาวอังคณาแฟนสาวของคนร้าย ทำให้นางสาวอังคณากลัวจึงไม่ออกมาแต่ในนั้นเป็นคนออกมาแทน จึงได้มีปากเสียงกันเกิดขึ้นเนื่องจากว่านายนัทไม่พอใจที่นายศิวกรเดินทางมาทวงหนี้ตอนกลางคืนแถมยังพกอาวุธมาด้วย

หลังจากนั้นก็เกิดการต่อสู้กันซึ่งในนัดได้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้มีดแทงในศิวกรแต่เนื่องจากว่าเกิดการแย่งกันขึ้นทำให้มือไปโดนมีดแล้วแทงไปโดนนายศิวกรจนถึงแก่ความตาย ซึ่งในนัดยังได้กล่าวได้ว่าตอนที่แทงเข้าไป 1 แผลนั้นในศิวกรยังไม่ตายยังสามารถเดินไปได้อีกหน่อยนึงก่อนที่จะล้มลง

ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุมนายนัดไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งในนัดก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือแทงจริงแต่ไม่ได้เจตนาแต่เพราะนายศิวกรตั้งใจจะมาทำร้ายแฟนสาวเพราะนำอาวุธมาด้วยตนจึงต้องทำการป้องกันตัวและยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุเพื่อเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อมากนักเพราะว่าเงินแค่ 1,000 บาททางนายศิวกรไม่จำเป็นต้องมาทวงอย่างเร่งด่วนในช่วงเวลากลางคืนแผนการทวงเงินก็ยังใช้อารมณ์รุนแรงซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมองว่าสาเหตุน่าจะมาจากการหึงหวงกันมากกว่าแต่ทั้งนี้ต้องรอการสืบสวนเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง 

เม้าท์แรงสนามบินสุวรรณภูมิไม่มีที่คัดกรองเชื้อไวรัสโคโรน่า

Posted on 21 มีนาคม 202021 มีนาคม 2020Categories ข่าวที่น่าสนใจTags ,

ตอนนี้ข่าวที่แรงที่สุดในโลกโซเชียลของเราก็คือข่าวที่มีการระบุว่าที่สนามบินสุวรรณภูมิไม่มีจุดคัดกรองเชื้อไวรัสโคโรน่าอย่างที่รัฐมนตรีหรือรัฐบาลได้ออกมาประกาศไว้ว่ามีระบบคัดกรองที่ดีที่สุดอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อคัดกลุ่มคนที่คาดว่าน่าจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วแยกตัวเพื่อนำไปส่งโรงพยาบาล

โดยคราวนี้เริ่มมาจากที่มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศได้เข้ามาทำการโหลดข้อมูลลง Facebook ว่าตนเองเดินทางกลับมาจากประเทศที่เป็นกลุ่มเสี่ยงครั้งแรกที่เข้ามาถึงประเทศไทยคิดว่าอาจจะต้องเสียเวลาในการถูกตรวจคัดกรองหรือตรวจค้นเป็นระยะเวลานานแต่เมื่อมาถึงจริงๆกับไม่พบว่ามีการคัดกรองใดๆทั้งสิ้นเธอสามารถลงจากเครื่องบินและไปรับกระเป๋าและเดินทางออกนอกสนามบินได้เลยซึ่งข้อความเหล่านี้ได้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเขียนสนับสนุนความคิดของเธอไว้ด้วยเนื่องจากว่าพวกเขาเองก็เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกัน

โดยเมื่อมาถึงที่ประเทศไทยไม่มีจุดตรวจเอกสารใดๆทั้งสิ้นมีให้กรอกข้อมูลแค่ว่าเดินทางมาจากไหนมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงหรือไม่เท่านั้นเองซึ่งข้อมูลตรงนี้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคิดว่าหากใครจะกรอกข้อมูลแบบไหนก็ย่อมทำได้อยู่แล้วทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการมาตรวจพาสปอร์ตหรือมาตรวจอุณหภูมิร่างกายใดๆ

กับนักท่องเที่ยวทั้งสิ้นโดยเครื่องบินลำที่เขาเดินทางมามีนักท่องเที่ยวนั่งมา 300 กว่าคนซึ่งทุกคนไม่มีใครได้รับการตรวจเชื้อหาไวรัสโคโรน่าเลยสักคนเดียวซึ่งนั่นทำให้เห็นว่าการทำงานเกี่ยวกับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าของประเทศไทยไม่ได้มีการดำเนินการใดๆเหมือนที่เคยมีการกล่าวอ้างเลย

หลังจากที่มีข้อความนี้หลุดออกมาโลกโซเชียลก็พากันวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากถึงการทำงานของสนามบินสุวรรณภูมิแต่ก็มีทางเจ้าหน้าที่ของสนามบินได้ออกมาบอกถึงวิธีการคัดกรองของที่สนามบินว่าจะใช้เป็นการตั้งอินฟราเรดไว้ที่ประตูทางเข้าซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวไม่ทราบว่าตนเองได้รับการตรวจหาเชื้อเรียบร้อยแล้วรวมถึง

ทางสนามบินสุวรรณภูมิได้มีการติดตั้งกล้อง CCTV ซึ่งกล้องนี้สามารถที่จะทำการตรวจภูมิร่างกายของมนุษย์ได้หากใครที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงจะมีเจ้าหน้าที่เดินออกไปเพื่อนำตัวแยกออกมาหาซื้ออีกครั้งหนึ่งแต่ถ้าเกิดว่าใครที่อุณหภูมิร่างกายปกติก็จะผ่านออกไปยังด้านนอกสนามบินได้เลยโดยที่ทางนักท่องเที่ยวเองก็จะไม่ทราบว่าทางสนามบินมีการตรวจเรียบร้อยแล้วซึ่งตรงนี้เป็นการเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินงานของทางเจ้าหน้าที่สนามบินและไม่เป็นการเสียเวลาของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยด้วย 

 

 

สนับสนุนโดย  rb88

ข่าว สนธิญา ตามหาตัวแหม่มโพธิ์ดำ 

Posted on 15 มีนาคม 202015 มีนาคม 2020Categories ข่าวเด่นวันนี้Tags ,

ข่าว สนธิญา ตามหาตัวแหม่มโพธิ์ดำ  เหตุเพราะออกมาแฉเรื่องหน้ากากอนามัย ทำเอาเพจดังงง

           จากกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับการกักตุนหน้ากากอนามัย ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับคนของรัฐบาล โดยตรง โดยการเผยแพร่ข่าวสารการกักตุนหน้ากากอนามัยในครั้งนี้ มาจากข้อมูลข่าวที่ทางเพจดาร์ก เพจหนึ่งได้ออกมาบอกเล่าเรื่องราวพร้อมกับนำคลิปและหลักฐานต่างต่างออกมาตีแพร่ให้คนในสังคมได้รับรู้กันนั้น  เมื่อเป็นข่าวดังขึ้นมาปรากฏว่านาย สนธิญา ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นสมาชิกวุฒิสภาของ พรรคพลังประชารัฐ ได้เข้าไปร้องให้ทางกองปราบ หาข้อมูลเจ้าของเพจ ดาร์ก แหม่มโพธิ์ดำ

ซึ่งเป็นเพจที่กล้าจะนำหลักฐานการกักตุนหน้ากากอนามัยออกมาตีแพร่ โดยนาย สนธิญาให้เหตุผลว่า การที่ทางเพจแหม่มโพธิ์ดำ ออกมากล่าวหาใครนั้นตัวเองควรจะมีความโปร่งใส และมีตัวตนทียืนยันได้แน่ชัดเสียก่อน  ซึ่งภายหลังจากที่มีการเข้าไปร้องกับกองปราบ

ทางเพจแหม่มโพธิ์ดำเองก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อว่า นายสนธิญาว่า แทนที่จะเอาเวลามาหาว่าใครคือแหม่มโพธิ์ดำ ทำไมไม่เอาเวลาดังกล่าวไปจัดการหาความจริงเรื่องที่มีการกักตุนหน้ากากอนามัยแทน เพราะพยานหลักฐานก็ส่งไปให้หมดแล้ว แต่จะมาหาความจริงแค่ว่าใครที่เป็นคนเปิดเผยทำไม ซึ่งเรื่องนี้ทางแหม่มโพธิ์ดำเองก็ออกมายืนยันแล้วว่าจะไม่เผยตัวเด็ดขาดว่าเป็นใคร และจะไม่เดินทางไปที่กองปราบ หรือสถานีตำรวจด้วย 

            ซึ่งเหตุการณ์ที่ นายสนธิญา ได้ออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ เป็นการกระทำที่หลายคนมองว่าเป็นการยุ่งและดูดิ้นมาก ซึ่งหากมองไปแล้วเหมือนนาย สนธิญา เป็นคนทำความผิดโดยการกักตุนหน้ากากอนามัยซะเอง ที่จริงทีทางเพจแหม่มโพธิ์ดำ ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่ไม่มีใครที่จะกล้าทำแบบนี้ เขาก็ต้องป้องกันอันตรายให้กับตัวเองอยู่แล้วจะมีใครมาเปิดเผยตัวเองว่าเป็นคนส่งหลักฐานต่างต่างให้ตำรวจกัน ไม่เช่นนั้น

เขาก็ถูกตามทำร้ายหรือถูกตามฆ่าสิ  อันที่จริงนาย สนธิญา ควรจะดีใจที่มีคนเข้ามาช่วยบ้านเมือง และสังคมหาตัวคนร้ายที่ชอบกักตุนหน้ากากอนามัยจนทำให้คนไทยขาดแคลน ไม่มีหน้ากากอนามัยใช้ ยังจะดีกว่ามาคอยหาเรื่องว่าเจ้าของเพจเป็นใคร โดยจากข่าวนี้คนในโลกโซเชียลต่างก็รุมด่า นายสนธิญากันเป็นส่วนใหญ่ ที่มายุ่งวุ่นวายในสิ่งที่ไม่ควรยุ่ง

ส่วนเรื่องที่ควรจัดการอย่างเร่งด่วน อย่างเช่น หาข้อมูลว่าใครคือตัวการใหญ่ในการกักตุนหน้ากากอนามัยแล้วส่งไปขายที่จีนกันแน่ นายสนธิญากลับไม่ทำ ซึ่งถือว่าการเป็น สส. ของนายสนธิญา นี่เสียเปล่าจริงจริง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  next88

หนุ่มโพสต์แฉตำรวจจับเมียไปเรียกค่าไถ

Posted on 12 มีนาคม 202012 มีนาคม 2020Categories ข่าวที่น่าสนใจTags

หนุ่มโพสต์แฉตำรวจจับเมียไปเรียกค่าไถเรียกเงินจำนวนสามแสน บาท

      กรณีที่มีชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารชื่อดังตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ได้มีข้อความโพสต์เตือนลงใน Facebook เพื่อเป็นการระบายความคับแค้นใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับภรรยาของตนเองที่ชื่อว่านางพิมพ์กับบุตรชายที่มีอายุเพียงแค่หนึ่งขวบเศษเท่านั้นโดยชายหนุ่มคนดังกล่าวสมมติชื่อว่านายพลได้มีการเล่าให้กับผู้สื่อข่าวรวมทั้งโพสต์ระบายลงใน Facebook ของตนเองว่าเมื่อวันที่สามเดือนกุมภาพันธ์ปีพ.ศ. 2563 ภรรยาของตนคือนางพิมพ์ได้ขับช ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับภรรยาของตนเองที่ชื่อว่านางพิมพ์กับบุตรชายที่มีอายุเพียงแค่หนึ่งขวบเศษเท่านั้น

โดยชายหนุ่มคนดังกล่าวสมมติชื่อว่านายพลได้มีการเล่าให้กับผู้สื่อข่าวรวมทั้งโพสต์ระบายลงใน Facebook ของตนเองว่าเมื่อวันที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ปีพ.ศ. 2563 ภรรยาของตนคือนางพิมพ์ได้เดินทางไปงานแต่งงานญาติซึ่งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่เช่นเดียวกันแต่คนละอำเภอโดยขากลับพัทยาได้อาศัยนั่งรถชาวบ้านที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันกลับมาบ้าน แต่ระหว่างทางได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหลายนายตั้งด่านตรวจซึ่งรถคันที่ภรรยาของตนคือนั่งพิมพ์นั่งมานั้นตำรวจเรียกตรวจสอบฉี่กันทุกคนแต่ไม่มีใครมีฉี่สีม่วงหรือไม่มีใครที่มีสารเสพย์ติดไว้ในครอบครองแต่นางพิมพ์ถูกตั้งข้อหาไม่พกบัตรต่างด้าวตำรวจจึงได้ตัวน้องพิมพ์และลูกไปพูดคุยตกลงกัน

เพื่อขอเงินจำนวน 500,000 บาท โดยบอกว่าหากบำเพ็ญจ่ายเงินจำนวนนี้มาจะไม่มีการเอาเรื่องซึ่งในขณะนั้นนางพิมพ์มีเงินติดตัวอยู่แค่เพียง 80,000 บาทเท่านั้นด้วยความกลัวจึงได้กดเงินจากเอทีเอ็มส่งให้ตำรวจแต่ตำรวจบอกว่าถ้าจ่ายไม่ครบจะไม่ปล่อยตัวจึงไปโอนเงินที่ธนาคารให้อีก 60,000 บาท

และมีผู้หญิงคนหนึ่งแจ้งว่าเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเสนอออกเงินให้ก่อนเป็นจำนวนเงิน 160,000 บาท เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เงินครบแล้วจึงปล่อยตัวนางพิมพ์กลับบ้านและเมื่อมาถึงบ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวก็โทรมาทวงเงินในพลจึงได้โอนเงินไปให้หลังจากนั้นจึงได้นำหลักฐานทั้งหมดไปทำการร้องเรียนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาคห้าซึ่งหลังจากที่มีการร้องเรียนแล้วมีตัวแทนหลายคนได้ติดต่อเข้ามาหาในพลเพื่อเจรจาขอคืนเงินและให้ในพลยกเลิกการแจ้งความแต่ในพลเย็นๆว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ซึ่งในขณะที่นักข่าวได้ลงไปทำข่าวกำลังพูดคุยกับนายพลก็มีคนโทรเข้ามาขอเจรจาคืนเงินเช่นกันซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับเรื่องร้องเรียนรับปากว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายซึ่งนายพลมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอตอนที่ถูกรีดไถเงินด้วย                      

 

 

สนับสนุนโดย  dewabet

วิกฤติ กันทั้งประเทศ

Posted on 8 มีนาคม 20208 มีนาคม 2020Categories ข่าวที่น่าสนใจTags

วิกฤติ กันทั้งประเทศ ขนาดโรงพยาบาลศิริราช ยังมีหน้ากากอนามัยไม่พอใช้ ตอนนี้เหลือที่พอใช้ได้แค่เพียง 3 อาทิตย์เท่านั้น

           ปัจจุบันนี้หน้ากากอนามัยคือสิ่งที่จำเป็นที่ทุกคนในประเทศต้องการใช้เป็นอย่างมาก แต่กลับขาดแคลนไม่สามารถหาซื้อหน้ากากอนามัยใช้ได้ ซึ่งทางโรงพยาบาลหลายแห่งได้ออกมายอมรับกันแล้วว่า ที่โรงพยาบาล ทั้งแพทย์และพยาบาลต้องการต้องใช้หน้ากากอนามัยกันอย่างประหยัด วันหนึ่งจะใช้ได้เพียงแค่แผ่นเดียวเท่านั้น

ซึ่งบางโรงพยาบาลต้องเอาของเก่าที่ใช้เมื่อวานกลับมาใช้ใหม่กันแล้วเพราะไม่สามารถที่จะหาซื้อหน้ากากอนามัยได้เลย โดยล่าสุดทางโรงพยาบาลศิริราชเองก็เช่นเดียวกัน กำลังประสบกับปัญหาหน้ากากอนามัยไม่พอใช้ ซึ่งปัจจุบันคุณหมอและพยาบาลต้องใช้หน้ากากอนามัยกันคนและแค่ หนึ่งแผ่นเท่านั้น

และยังให้ใส่ได้เฉพาะคนที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับคนไข้เท่านั้นด้วย หากใครทำงานที่ไม่ได้เจอกับคนไข้ก็จะไม่สามารถใช้หน้ากากอนามัยได้ ซึ้งเป็นอันตรายต่อบุคลากรทีทำงานที่โรงพยาบาลเป็นอย่างมาก เพราะคนเหล่านี้ล้วนอยู่ในพื้นที่ของโรงพยาบาลซึ่งปกติคนก็เยอะและเชื้อโรคก็เยอะอยู่แล้ว ยังต้องมาเสี่ยงอันตรายเพราะหน้ากากอนามัยคลาดแคลนแบบนี้อีก

ทางโรงพยาบาลศิริราช ออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้ทางโรงพยาบาลมีหน้ากากอนามัยที่ใช้งานได้เหลือไม่เกิน 3 อาทิตย์เท่านั้นซึ่งตอนนี้ ยังต้องให้ทั้งหมอและพยาบาลช่วยกันประหยัดในการใช้หน้ากากอนามัยกันไปก่อนเพราะยังไม่สามารถหาซื้อหน้ากากอนามัยได้เลย 

            สำหรับการขาดแคลนหน้ากากอนามัยนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ เพราะที่ประเทศไทยมีโรงงานที่ผลิตหน้ากากอนามัยขาย สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ แต่ทำไมประเทศไทยถึงยังขาดแคลนหน้ากากอนามัยกันอีก เป็นเรื่องทีน่าคิดว่าจะมีการสั่งกักตุนหน้ากากอนามัยจากคนใหญ่คนโตที่ไหนหรือไม่ เพราะมีข่าวหลายกระแสมากที่ถูกระบุออกมาว่ามีการผลิตหน้ากากอนามัยจากทางโรงงานทุกวัน แต่หน้ากากอนามัยไม่สามารถนำออกมาจำหน่ายได้

เพราะมีคนมายืนเฝ้าที่หน้าโรงงานที่ผลิตหน้ากากอนามัยทุกที่ไม่ให้ขนของออกนอกโรงงาน  ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเป็นเรื่องจริงซะด้วย เพราะไม่เช่นนั้นแล้วหน้ากากอนามัยจะหายไปไหนได้ เพราะประเทศไทยมีโรงงานที่ผลิตหน้ากากอนามัยขายหลายแห่ง หากมีการผลิตก็ต้องมีขายแล้วแต่ตอนนี้ร้านค้าที่ไหนก็ไม่มีขาย โดยอ้างว่าขาดแคลนหน้ากากอนามัย

แต่ในช่วงนี้ทางรัฐบาลกลับมีหน้ากากอนามัยมาแจกให้กับประชาชนคนละนิดละหน่อย ซึ่งอยากรู้ว่ารัฐบาลไปหาหน้ากากอนามัยจากที่ไหนมาแจกให้กับประชาชน ทั้งที่ทั่วทั้งประเทศหาซื้อหน้ากากอนามัยไม่ได้กันอยู่แบบนี้ เรื่องนี้คงต้องรอดูกันไปนานนานว่าความจริงคืออะไร

 

สนับสนุนโดย  nowbet

โจรสาวปีนฝ้าขโมยของในบ้านทาวน์เฮาส์

Posted on 4 มีนาคม 20204 มีนาคม 2020Categories ข่าวทั่วไปTags

 มีรายงานข่าวเข้ามาว่าในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ในซอยวัดลาดปลาเค้า

ได้เกิดเหตุการณ์มีโจรออกอาละวาดแอบปีนขึ้นไปบนเพดานฝ้าแล้วเข้าไปขโมยของ ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วพบว่าขโมยคนดังกล่าวก็เป็นคนในหมู่บ้านนั้นนั่งเองโดยหมู่บ้านที่เกิดเหตุนี้เป็นบ้านแบบทาวน์เฮาส์ สองชั้นโดยตามรายงานข่าวแจ้งว่ามีหญิงสาวอายุราวราว 15 ปีถูกแทงจากอาวุธมีดตรงบริเวณลำคอ สาเหตุเนื่องมาจาก มีขโมยขึ้นมาบนบ้านของเธอ ซึ่งเธอเจอกับขโมยที่บนชั้นสองของบ้าน โดยในตอนแรกเธอไม่รู้ว่านี่คือขโมย เพราะเธอเองก็เคยเห็นหน้าขโมย

คนดังกล่าวเพราะเป็นหญิงสาวที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน โดยเธอเล่าว่าเธอขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านแล้วก็พบกับขโมยยีนอยู่บนชั้นสองเธอจึงถามว่าขึ้นมาได้อย่างไร มาหาใคร ซึ่งขโมยได้ถามเธอว่าพี่สาวอยู่ไหม เธอจึงคิดว่าขโมยคนดังกล่าวน่าจะมาหาพี่สาว เธอจึงเตรียมตัวจะไปตามพี่มาให้ แต่พอหันหลังขโมยก็เอามีดแทงที่คอของเธอแล้วปีนขึ้นหลังคาฝ้าหลบหนีไป ในขณะที่มีบ้านอีกหลังหนึ่งที่อยู่บ้านติดกันบอกว่า ตนเองและคนในครอบครัวไม่อยู่บ้าน

แต่พอกลับมาถึงบ้านพบว่าข้าวของภายในบ้านถูกรื้อค้นและสร้อยคอทองคำได้หายไปหลายเส้น ซึ่งเธอได้ตรวจสอบดูตามบ้านแล้วไม่พบร่องรอยการงัดแงะใดใดจึงทำให้เข้าใจว่าขโมยน่าจะปีนมาจากทางฝ้าบนหลังคาและเมื่อไปดูที่หลังคาตู้เสื้อผ้าก็พบร่องรอยของรอยมือและรอยเท้าของขโมย ซึ่งวันที่เกิดเรื่องตรงกับวันที่เด็กสาวอายุ 15 ปีถูกแทงที่คอพอดีจึงเข้าใจว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนคนเดียวกัน อาจจะไปก่อเหตุที่บ้านสาวอายุ 15 ปีก่อนแล้ว

พอกำลังจะกลับมาอาจจะมาเห็นว่ามีทางลง สามารถลงมาได้ง่ายจึงได้ลงมาก่อเหตุดังกล่าวขึ้น และยังมีบ้านอีกหลังหนึ่งที่อยู่ติดกันแต่บ้านนี้มีร่องรอยการงัดแงะตรงประตูหน้าบ้านโดยมีการตัดมุ้งลวดและงัดประตูเข้าไปในบ้านรวมถึงที่ฝ้าเพดานมีร่องรอยพังเสียหาย ซึ่งคาดว่าคนร้ายคงจะตกลงมาจากฝ้าแล้วจึงงัดเข้าบ้านเพื่อจะได้ปีนกลับขึ้นฝ้า

เพื่อกลับไปที่บ้านของคนร้ายโดยสาว 15 ปีบอกว่าคนร้ายชื่อนางสาว เอ๋ เพราะจำหน้าได้ ซึ่งขณะนี้มีคนเห็นนางสาวเอ๋เดินทางออกจากหมู่บ้านและเดินทางไปรับลูกที่โรงเรียนและหายตัวไปแล้ว ส่วนสามีของนางสาวเอ๋ เมื่อทราบเรื่องก็รู้สึกตกใจที่ภรรยาตัวเองก่อเหตุขโมยของเพื่อนบ้านทำให้เพียงแค่เดินไปขอโทษเพื่อบ้านต่อสิ่งที่ภรรยาตัวเองทำ

 

ขอบคุณ sagame  ที่ให้เรื่องราวดีๆมานำเสนอ

การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

Posted on 26 กุมภาพันธ์ 202022 กุมภาพันธ์ 2020Categories ประเด็นข่าวTags

 แนะเลี่ยงไปพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19หากอยากไปเที่ยวเกาหลี

มีประกาศเตือนออกมาจากสถานทูตของเกาหลีซึ่งได้ออกมาประกาศเตือนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่จะเดินทางไปเที่ยวยังประเทศเกาหลีใต้ซึ่งหากถ้าใครไปเที่ยวเกาหลีช่วงนี้คุณพยายามหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่ที่มีรายชื่อว่าพบการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งในขณะนี้ปลุกว่าที่ประเทศเกาหลีใต้มีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

จะกรณีที่ตอนนี้ทั่วโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซึ่งในโซนเอเซียเองก็มีหลายประเทศด้วยกัน มีรายงานข่าวเข้ามาว่า Facebook ของสถานทูต ณ กรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ได้มีการมาโพสต์ข้อความเตือนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการจะเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้โดยมีการเขียนข้อความแจ้งเข้ามาว่าในขณะนี้ที่ประเทศเกาหลีใต้มีการประกาศเตือนเกี่ยวกับการแพทยระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 รวมถึงยังมีการแพร่ระบาดเกี่ยวกับโรคปอดอักเสบ

ซึ่งการติดเชื้อเป็นโรคปอดอักเสบนี้ก็มีผลพวงมาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเช่นเดียวกัน

โดยมีรายการข่าวแจ้งเข้ามาว่าที่ประเทศเกาหลีใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าโดยจากสถิติข้อมูลที่ได้รับมามีการระบุว่าแค่เพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้นก็ตรวจพบว่ามีชาวเกาหลีใต้จำนวน 156 คนที่ได้ติดเชื่อไวรัสโคโรน่าเรียบร้อยแล้วซึ่งพื้นที่ที่มีการแพทยระบาดมากที่สุดก็คือเมืองแทกูและยังมีพื้นที่โดยรอบของจังหวัดคยองซังเหนือที่ตรวจพบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้รวมทั้งสิ้น 111 คนนี่คือข้อมูลล่าสุดจนถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ปีพ.ศ. 2563

ซึ่งทางการสถานทูตเกาหลีได้เล็งเห็นแล้วว่าทางเกาหลีใต้ยังไม่สามารถที่จะทำการควบคุมไม่ให้เชื่อไวรัสนี้แพร่ระบาดได้ดังนั้นจึงได้ประกาศเตือนคนไทยที่จะไปท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้ในช่วงนี้ให้พยายามหลีกเลี่ยงสองเมืองที่กล่าวมาทั้งต้นเนื่องจากว่าทั้งสองเมืองนี้กำลังเป็นจุดที่มีการแพร่ระบาดมากที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ในช่วงนี้

และถ้าหากนักท่องเที่ยวคนไหนที่ยังต้องการไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้ช่วงนี้ก็ให้พยายามหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนี้จุดที่มีคนมาชุมนุมร่วมกันเป็นจำนวนมากและควรระวังในเรื่องของการรักษาสุขภาพของตนเองโดยให้สวมใส่หน้ากากอนามัยรวมถึงให้ทำความสะอาดมือบ่อยบ่อยและหาต้องรับประทานอาหารควรจะมีช้อนกลางเพื่อเป็นการดูแลตัวเองป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่ในทางที่ดีแล้วในช่วงนี้ไม่ควรเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศจะเป็นการดีที่สุดเอาไว้สามารถควบคุมไวรัสได้แล้วค่อยไปเที่ยวก็ยังไม่สาย       

กระแสไวรัสโควิด-19 ระบาดหนักในโซนเอเชีย

Posted on 25 กุมภาพันธ์ 202022 กุมภาพันธ์ 2020Categories รวมข่าวเด่นTags

สาวลูกครึ่งเอเชียถูกสายการบินเหยียดแรงเหตุเพราะกระแสไวรัสโควิด-19 ระบาดหนักในโซนเอเชีย

     หญิงอเมริกันลูกครึ่งเวียดนามได้ออกมาโพสต์ระบายพร้อมทั้งเตือนคนเอเชียว่าให้ระวังชาวอเมริกันรังเกียจเนื่องจากเหตุผลว่ากลัวการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าโดยเธอเล่าให้ฟังทำน้ำตาว่าสายการบินได้พาเธอไปตรวจแยกจากคนอื่นแถมยังแสดงกริยาที่ไม่ดีใส่เธออย่างมากรวมถึงพนักงานบนเครื่องบินก็ทำกับเธออย่างหยาบคายจนเธอถึงกับต้องร้องไห้ออกมาเลยทีเดียว

     ตอนนี้ปัญหาเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโคิว-19 กำลังทำให้ทุกคนทั้งโลกเกิดความวิตกกังวลและหวาดกลัวเป็นอย่างมากเนื่องจากตอนนี้ในหลายประเทศมีจำนวนผู้ที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้กันเป็นจำนวนมากและยังมีแนวโน้มว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อยโดยแต่ละประเทศยังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้

และท่ามกลางกระแสการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่านี้ก็ทำให้ชาวต่างชาติที่ไม่ใช่คนในโซนเอเซียต่างก็พากันรังเกียจคนจีนซึ่งหากใครก็ตามที่มีหน้าตาเหมือนกับคนประเทศจีนหรือแม้แต่คนในแถบเอเชียก็มักจะถูกคนต่างชาติดูถูกและทำร้ายและกระทำการหยาบคายใส่โดยที่คนเหล่านั้นไม่ได้ทำผิดอะไรเลย

     มีรายงานข่าวก็มาว่าได้มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเธอเป็นลูกครึ่งระหว่างอเมริกันและเวียดนาม

แต่ด้วยที่หน้าตาของเธอมีแนวโน้มไปทางคนเอเชียมากกว่าอเมริกันจึงทำให้เธอต้องได้พบเจอกับความเจ็บปวดจนเธอ ออกมาแชร์และเล่าเรื่องราวที่เธอประสบมาให้กับคนอื่นได้ทราบโดยเธอได้มีการเขียนเล่าว่าในวันวาเลนไทน์เธอต้องเดินทางจากอเมริกาไปที่ประเทศเม็กซิโกซึ่งปกติแล้วเธอมักจะเดินทางแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว

โดยในวันดังกล่าวเมื่อเธอเดินทางไปถึงเจ้าหน้าที่ได้มองตรงมาที่เธอ และเองถามว่าเธอไปจีนมาหรือเปล่าซึ่งเธอเองก็ได้ปฏิเสธไปแต่พนักงานทั้งสองคนที่สอบถามเธอต่างก็พากันซุบซิบเกี่ยวกับตัวเธอและพยายามดูพาสปอร์ตของเธออย่างละเอียดและเมื่อเธอต้องขึ้นเครื่องบินผู้โดยสารบนสายการบินก็ได้ชี้มาที่เธอว่าให้เจ้าหน้าที่บนเครื่องบินตรวจเธอละเอียดก่อน

โดยพนักงานบนเครื่องบินก็ไลค์ให้เธอไปยืนไกลๆหลังจากนั้นก็มาพาเธอไปทำการตรวจค้นทั้งตัวและกระเป๋าอีกครั้งซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่บนเครื่องบินได้กระทำการหยาบคายกับเธอมากด้วยการกระชากกระเป๋าเธอไปและเมื่อเธอขึ้นเครื่องบินไม่ได้เธอก็พบว่าตรงที่นั่งของเธอมีคนอื่นมานั่งแล้ว

และมือถือแจ้งกับพนักงานบนเครื่องบินพวกเขาก็ไลค์ให้เธอไปนั่งตรงจุดที่ไม่มีใครนั่งซึ่งเธอก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่เมื่อถึงเวลาที่พนักงานจะต้องรู้สึกของกินเธอได้ขอน้ำกับพนักงานที่ให้บริการบนเครื่องบินทางพนักงานกลับโยนขวดน้ำให้เธอแทนที่จะบริการเธอเหมือนกับลูกค้าคนอื่นๆทำให้เธอเสียใจมากเพราะนอกจากเรื่องนี้แล้วเธอจึงถูกก็ทำไม่ดีด้วยอีกหลายอย่าง